ห่มกระมัง? หนำซ้ำดวงตายังลืมไม่ขึ้น แทบจะยืนหรี่ตางีบหลับพิงอยู่ข้างประตู ง่วงถึงเพียงนั้นจริงหรือ?
นางในสภาพเช่นนี้ทั้งยุ่งเหยิงและไม่เหลือภาพพจน์แม้แต่น้อย แต่ในสายตาเขา ทุกอย่างกลับเปิดเผยตรงไปตรงมาและ…น่ารักเช่นนั้น ทำให้เขาละสายตาไปไม่ได้
อาจเพราะรู้สึกถึงสายตาของเนี่ยเถิง เฟิ่งจิ่วที่ยังหรี่ตาเหม่อลอยจึงขมวดคิ้ว หาวหวอดและลืมตาขึ้น เหลือบมองเนี่ยเถิงในลานบ้านซึ่งกำลังนิ่งมองตนเองด้วยความเกียจคร้าน จากนั้นค่อยถามว่า “ท่านรองเจ้าสำนักมาหาข้ามีธุระอะไรขอรับ?”
“ข้านำข้อมูลเข้ามาให้เจ้า นอกจากนี้ยังจัดเตรียมอาศรมให้เจ้าตามคำขอแล้ว แต่ท่านเจ้าสำนักกับสองผู้อาวุโสบอกมา หวังว่าเจ้าจะออกเดินทางได้โดยเร็วที่สุด และพาเจ้ากลับมาเสียเนิ่นๆ” ระหว่างพูดเขายังยื่นถุงฟ้าดินให้ ยิ้มกล่าวว่า “ของอยู่ด้านในหมดแล้ว เจ้าลองดูเองได้”
“ออกเดินทางโดยเร็วที่สุด?” เฟิ่งจิ่วตกใจไปสักพัก เอ่ยว่า “แม้ไม่มีคุณสมบัติเข้าร่วมการแข่งขัน แต่ข้าก็ยังอยากเห็นว่าสุดท้ายใครจะชนะ! การแข่งขันของสำนักศึกษาใกล้จะเริ่มแล้วไม่ใช่หรือ?”
“เหอะๆ ความโดดเด่นใดๆ ในปีนี้ล้วนถูกเจ้าแย่งไปแล้ว แม้เข้มข้นอีกเท่าไรก็คงไม่เกินความคาดหมายนัก รอเจ้ากลับมาค่อยบอกผลการแข่งขันยังได้ไม่ใช่หรือ? อีกอย่างเรื่องนี้เร่งด่วน ไม่อย่างนั้นประวิงเวลาไปเรื่องจะไม่ดี” เขาตบๆ ถุงฟ้าดินพลางเอ่ย
เธอได้ยินเช่นนี้ก็เกาๆ ศีรษะ เส้นผมที่เดิมทีไม่เรียบร้