าน
“ท่านรองเจ้าสำนัก” เฟิ่งจิ่วเผยรอยยิ้มพร้อมขานเรียก
“เฟิ่งจิ่ว เจ้าตัดสินใจแล้วจริงหรือ?” รองเจ้าสำนักมองเธอ ในใจมีนับร้อยความรู้สึกปนเป การมาสำนักศึกษาสองดาราครั้งนี้ ต้องทิ้งคนหนึ่งที่โดดเด่นที่สุดในหมู่พวกเขาไว้ เขาไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้าสำนักรู้ข่าวนี้แล้วจะมีสีหน้าเช่นไร
“ขอรับ ข้าตัดสินใจแล้ว อย่างไรก็ต้องชดเชยเสียหน่อยไม่ใช่หรือ? หนำซ้ำข้าก็คิดว่าคงน่าสนใจนัก อย่างไรเสียตอนนี้ข้าบรรลุขั้นกลายเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังแล้ว ภายในเวลาสั้นๆ จะบรรลุขั้นอีกไม่ได้ เช่นนั้นก็อาศัยโอกาสนี้ไปเป็นอาจารย์เสียเลย!”
ทุกคนได้ยินคำพูดของทั้งสอง เดิมทียังอึ้งตกใจและไม่รู้ว่าพวกเขากำลังพูดอะไร เพียงรู้สึกว่าจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่เมื่อฟังถึงตอนท้าย ได้ยินเฟิ่งจิ่วบอกจะอยู่ต่อ พูดถึงอาจารย์อะไรสักอย่าง แต่ละคนก็ต่างนิ่งค้างไป
“อาจารย์อะไร? อยู่ต่ออะไร? เฟิ่งจิ่ว พวกเจ้ากำลังพูดอะไรกัน?” เซียวอี้หานเอ่ยถามอย่างตกตะลึง
“โอ้ เรื่องเป็นเช่นนี้ เจ้าสำนักกับผู้อาวุโสของสำนักศึกษาสองดาราบอกว่าข้าบรรลุวรยุทธ์ระดับหลอมแก่นพลังจึงไม่มีคุณสมบัติเข้าร่วมการแข่งขันระหว่างสำนักศึกษา ข้าเข้าแข่งจัดอันดับรายชื่อวายุเมฆานั่นไม่ได้แล้ว จากนั้นยังบอกว่าข้าใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาทำให้พลังวิญญาณเกินขีดจำกัด ต้องอยู่เป็นอาจารย์ที่นี่หนึ่งปี ข้าคิดว่ายังไม่เคยเป็นอาจารย์ให้สมใจอยากเลย เช่นนั้นจึงรับปาก” ยาม