างไร?”
“พวกเราบอกว่าได้ เขาก็ต้องเป็นได้ ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังอายุสิบเจ็ดสิบแปด แม้แต่สำนักศึกษาหนึ่งดารายังไม่มีเลย ให้เขามาเป็นอาจารย์ คำตัดสินนี้พวกเราไม่ได้ทำอย่างสะเพร่าแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น รองเจ้าสำนักกวนคิดว่าเขาทำให้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ฝึกบำเพ็ญของสำนักศึกษาเรากลายเป็นเช่นนี้ จะแค่ตีก้นแล้วปล่อยไปได้จริงๆ หรือ?” ผู้อาวุโสคนหนึ่งแค่นเสียงหยัน ไม่ชอบใจอย่างชัดเจน
“แต่นี่…”
“ตกลงตามนี้ เรื่องนี้จัดการเช่นนี้เป็นพอ ข้าจะส่งจดหมายให้เจ้าสำนักพวกเจ้าด้วยตัวเอง แจ้งเขาเสียหน่อย ไม่ว่าอย่างไรเฟิ่งจิ่วก็ต้องอยู่กับพวกเราที่นี่สามปี” เจ้าสำนักเอ่ย ชัดเจนว่าอยากจะเก็บเฟิ่งจิ่วไว้
เฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างๆ เห็นพวกเขากำลังคุยกันตรงนั้น และตัดสินใจทันทีโดยไม่แม้แต่จะถามเธอ มุมปากก็กระตุกอย่างอดไม่ได้ “ข้ายังไม่ได้ตกลงเลย! จะมาดีอะไรกันเล่า?”
“เจ้ามีเหตุผลอะไรถึงจะไม่ตกลง?”
สามเสียงเอ่ยถามพร้อมกันโดยไม่นัดหมาย สายตาของเจ้าสำนักรวมถึงผู้อาวุโสทั้งสองหยุดลงบนร่างเฟิ่งจิ่ว
เธอมองพวกเขาอย่างประหลาด “นี่เป็นเรื่องของข้า ทำไมข้าจะไม่ตกลงไม่ได้?”
ทั้งสามได้ยินก็พลันพูดอะไรไม่ออก ใช่แล้ว! อย่างไรก็ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าตัว! มิเช่นนั้นจะเก็บเขาไว้ได้อย่างไร? ดังนั้นสามคนหกตาจึงจับจ้องเฟิ่งจิ่วไม่วางตา
เฟิ่งจิ่วเห็นเช่นนี้ก็รู้แล้ว เดิมทีพวกเขาไม่ได้ต้องการลงโทษเธอ แต่อยากจะเก็บเธอไว้
สำหรับเธ