ายิ้ม บอกรองเจ้าสำนักที่มีสีหน้าตะลึงว่า “ข้ายังไม่เคยเป็นอาจารย์เลย! ไม่เป็นไรขอรับ ถึงเวลานั้นพวกท่านกลับไปก่อน ข้าจะอยู่เล่นที่นี่สักหน่อย และเป็นอาจารย์ให้สมใจอยาก”
“แต่…นี่…”
รองเจ้าสำนักอยากจะห้ามปราม ก็เห็นผู้อาวุโสคนหนึ่งในนั้นยิ้มเดินลงมา มือหนึ่งโอบไหล่เขาเดินออกไปข้างนอก “ไปๆๆ พวกเราไปคุยกันข้างนอกเถอะ เรื่องนี้น่ะหรือ! ก็ต้องจัดการเช่นนี้แหละ เจ้าคิดว่าใช้พลังวิญญาณในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเราเกินขีดจำกัดจนกลายเป็นเช่นนี้ จะแค่ตีก้นเฟิ่งจิ่ก็ปล่อยไปได้หรือ? แน่นอนว่าไม่ได้ ดังนั้น…”
เมื่อเห็นผู้อาวุโสคนนั้นพารองเจ้าสำนักออกไป เจ้าสำนักศึกษาสองดารากับผู้อาวุโสอีกคนถึงยิ้มตาหยี เผยท่าทางเป็นมิตรขณะมองเฟิ่งจิ่ว
“เฟิ่งจิ่ว นั่งลงๆ อย่าเอาแต่ยืน เจ้าบอกพวกเราหน่อยซิ เจ้าเข้าไปในค่ายกลรวมพลังวิญญาณอย่างไร ในนั้นมีค่ายกลไม่น้อยเรียงกันด่านต่อด่าน แม้อาจารย์สำนักศึกษาอยากเข้าไปยังทำไม่ได้ เจ้าทำได้อย่างไร? วิชาค่ายกลของเจ้าไปเรียนจากใครมา คงไม่ใช่คนสำนักศึกษาหกดารากระมัง? ทางพวกเขายังไม่มียอดฝีมือค่ายกลเช่นนี้”
“ท่านเจ้าสำนัก พวกท่านให้ข้าเป็นอาจารย์ คิดจะให้ข้าสอนนักเรียนกลุ่มไหนขอรับ? นักเรียนสำนักศึกษาสองดารามีมากมายเพียงนั้น ข้าแค่เลือกส่วนหนึ่งมาสอนใช่หรือไม่? อีกอย่าง พวกท่านเชิญข้ามาเป็นอาจารย์ที่สำนักศึกษาสองดารา เรื่องนี้…หากอาจารย์คนอื่นรู้จะไม่เห็นด้วยหรือไม่?” เธอสอบ