งกลัว ยังเอ่ยไม่ทันจบก็เห็นหลายสิบร่างปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าทุกคน เฟิ่งจิ่วเห็นหลายสิบร่างนั้นก็ขนลุกซู่
“เฮือก! นะ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?” เจ้าสำนักศึกษาสองดารามองต้นไม้แห้งรอบๆ รวมถึงกลิ่นอายพลังวิญญาณที่แห้งเหือด อดสูดลมหายใจมิได้ รู้สึกแต่ว่าเบื้องหน้าดำมืดและเชื่อไม่ลงเล็กน้อย
นอกจากรองเจ้าสำนักศึกษาสองดารา คนที่เข้ามายังมีผู้อาวุโสสองคนของพวกเขา รวมถึงรองเจ้าสำนักของแต่ละสำนักศึกษา ยามนี้ทุกคนเห็นสภาพด้านในนี้ แต่ละคนต่างตะลึงตาค้าง ยากจะเชื่อได้ลง
“กลิ่น กลิ่นอายพลังวิญญาณในนี้…นะ นี่…”
เมื่อทุกคนเห็นภาพในนี้ต่างพูดอะไรไม่ออก แม้พวกเขาเป็นคนสำนักศึกษาอื่น แต่ก็รู้ถึงความสำคัญของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับฝึกบำเพ็ญ ยามนี้นักเรียนจากสำนักศึกษาต่างๆ เพิ่งเข้ามาแค่ครึ่งเดือน กลิ่นอายพลังวิญญาณในนี้ก็ไม่เหลือสักนิดแล้ว หนำซ้ำแม้แต่พลังชีวิตต้นไม้ยังสูญสิ้น ภาพเช่นนี้เหมือนผ่านภัยพิบัติมาก็ว่าได้ ถูกทำลายเสียจนทำให้รู้สึกว่าเหลือเชื่อ
มีเพียงกวนเหล่ารองเจ้าสำนักศึกษาหกดารา หลังจากเข้ามาเห็นภาพในนี้ อย่างแรกก็มองไปทางนักเรียนสำนักศึกษาหกดารารอบๆ ดวงตามองผ่านนักเรียนหลายคนที่นี่ สายตามองผ่านไป เมื่อหยุดลงบนร่างเฟิ่งจิ่วที่กำลังรู้สึกผิด ก็สูดลมหายใจเบาๆ โดยพลัน ในใจเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี
หากบอกว่าในนี้ใครมีความสามารถทำลายล้างผลาญ แน่นอนว่าเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเฟิ่งจิ่ว โดยเฉพาะยามนี้นางยัง