งรีดกลิ่นอายพลังวิญญาณในนี้จนแห้ง ทว่าการดูดซับเหนี่ยวนำพลังวิญญาณของคนคนหนึ่งก็มีขีดจำกัด แล้วนางรีดกลิ่นอายพลังวิญญาณในนี้จนแห้งหมด แม้แต่พลังชีวิตในต้นไม้พวกนั้นก็ยังไม่เว้นได้อย่างไร?
“เรื่องนั้น ข้าไม่ได้ตั้งใจ แค่ฝึกบำเพ็ญอยู่ในนี้และบรรลุขั้นโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นพอออกมาดูก็กลายเป็นเช่นนี้แล้ว จริงๆ นะขอรับ ข้าไม่นึกว่าจะเป็นเช่นนี้จริงๆ” เฟิ่งจิ่วกล่าวอย่างร้อนรน สีหน้าอักอ่วน เจือด้วยความรู้สึกเสียใจ
“ฝึกบำเพ็ญไปก็บรรลุขั้นแล้ว?”
สีหน้าโกรธเกรี้ยวของเจ้าสำนักศึกษาสองดาราเปลี่ยนเป็นประหลาดเพราะคำพูดเฟิ่งจิ่ว “เจ้าจะบอกว่าตนเองฝึกบำเพ็ญอยู่ในนี้ จากนั้นก็ข้ามจากผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานไปถึงระดับหลอมแก่นพลังภายในเวลาสั้นๆ สิบห้าวันนี้หรือ”
ภายใต้สายตาโกรธเคืองแต่ละคู่จากพวกเขา เธอขานรับอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ใช่ ใช่ขอรับ! ท่านเจ้าสำนัก ท่านต้องเชื่อข้านะ ข้าไม่นึกจริงๆ ว่าจะเป็นเช่นนี้ จริงๆ นะขอรับ ข้าไม่ได้ตั้งใจรีดพลังวิญญาณในนี้จนแห้ง ข้าได้ยินว่ากลิ่นอายพลังวิญญาณในนี้จะรวมกันต่อไปเรื่อยๆ ดังนั้นจึงไม่กังวล…”
ทุกคนจ้องมองหนุ่มน้อยที่มีสีหน้าขออภัย เพียงรู้สึกว่าเหลือเชื่อเป็นที่สุด เด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดสิบแปดปีคนหนึ่ง กลายเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังเช่นนี้หรือ?
………………………………………………….