กษาใด และไม่รู้ว่าคนในนั้นเป็นใครกันแน่?
ทว่ารอบนี้ สายฟ้าที่สามไม่ได้เกิดขึ้นหลังจากนั้นครู่หนึ่ง คนข้างนอกรอคอยและกลั้นหายใจมองอยู่ตลอด เมื่อท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง ค่ำคืนมาเยือน ไม่มีใครจากไป ทุกคนลืมแล้วว่าจะแย่งชิงหินวิญญาณของคนข้างๆ แต่ละคนจ้องมองท้องฟ้า อยากรู้ว่าเจ้าบ้าในนั้นจะหลอมแก่นพลังทองสำเร็จหรือไม่กันแน่?
รอไปเช่นนี้ ตั้งแต่กลางคืนจนถึงยามฟ้าสว่าง ไม่ใช่แค่คนที่รอด้านนอกจะอึดอัด แม้แต่เฟิ่งจิ่วด้านในค่ายกลรวมพลังวิญญาณยามนี้ก็เช่นกัน เส้นลมปราณโลหิตในร่างกายถูกกลิ่นอายพลังวิญญาณที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่งขยายจนมีความรู้สึกว่าจะฉีกขาดรางๆ เธอถึงกับได้ยินเสียงแกรกดังมาจากเส้นเอ็นโลหิตและกระดูก ความรู้สึกเช่นนั้นทำให้เธอรู้สึกเจียนตาย เหมือนว่าหากก้าวผ่านด่านนี้ไม่ได้ เช่นนั้นก็ต้องตาย!
แต่ยามนี้ ยาอายุวัฒนะใดๆ ล้วนช่วยเธอไม่ได้อีกแล้ว สิ่งที่ช่วยได้มีแต่ตนเองต้องผ่านพ้นด่านนี้เอง มีแค่การข้ามพ้นด่านนี้ไปถึงจะก้าวเข้าสู่อีกระดับหนึ่งได้
เธอกัดฟัน พลังทั่วร่างพุ่งขึ้นสูง กลิ่นอายพลังวิญญาณที่พุ่งขึ้นมาพลันทะยานสูงสามสี่สิบจั้ง ขณะนั้นเอง กลิ่นอายพลังวิญญาณบนร่างเธอก็เปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงดังพรึ่บ เปลวไฟโหมแรงล้อมแผดเผาร่างกาย แทบทันทีที่เปลวไฟลุกโชน ก็เผาเสื้อผ้าบนร่างเธอจนกลายเป็นเถ้าไปหมด
เธอที่ทั่วร่างเปลือยเปล่านั่งขัดสมาธิอยู่ตรงกลางค่ายกลรวมพลังวิญญาณ หลับตาลงแน่น กลาง