ณ ตอนนื้แค่อยากจะออกกำลังมือเท้า และถือโอกาสกล่าวเตือนคนพวกนี้ เชื่อว่าหลังการต่อสู้ครั้งนี้ ในช่วงเวลานี้คงไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องพวกเขา
สำนักศึกษาหกดาราแล้วอย่างไร? ใครกำหนดว่าคนสำนักศึกษาสามดาราพลังจะแกร่งกว่าพวกเขา? อืม กำลังคนพวกนี้อาจจะไม่เลว พวกเขาที่นี่คือสองสามคนรั้งท้ายที่แยกจากสิบคน กำลังห้าอันดับแรกล้วนไม่ใช่แค่คุยโว
ได้ยินเนี่ยเถิงถามว่าสู้อย่างไร เธอก็ยิ้มเยาะในทันที ชำเลืองมองเขาพลางบอกว่า “ยังถามพวกเขาอีกว่าจะสู้อย่างไร? แน่นอนว่าต้องมวยหมู่ ยิ่งสู้เสร็จเร็วยังกลับไปพักผ่อนในเรือนได้พักหนึ่ง จะค่อยๆ เลือกมาทีละคนหนึ่งต่อหนึ่งหรือไร?”
ระหว่างพูดมุมปากเธอยังยกขึ้น หมัดกำขึ้น ตะโกนว่า “ไม่ว่าสู้อย่างไร ซ้อมพวกเขาจนหมอบเป็นพอ!”
“ผัวะ!”
นักเรียนสำนักศึกษาสามดาราคนหนึ่งตรงข้ามกันไม่นึกว่าเฟิ่งจิ่วจะลงมืออย่างกะทันหัน รับมือไม่ทัน เพียงได้ยินเสียงดังผัวะ ดวงตาก็ถูกชกไปหนึ่งหมัด ร่างกายถอยหลังสองสามก้าวเพราะฝีเท้าซวนเซถึงจะประคองไว้ได้มั่น
เขากุมดวงตาที่เจ็บปวดร้อนผ่าวๆ กราดมองยังเฟิ่งจิ่ว “เจ้าหนูลอบโจมตีข้า!”
เฟิ่งจิ่วแค่นเสียงหยัน เอ่ยด้วยสีหน้าหยิ่งผยอง “ลอบโจมตีอะไร? ข้ายืนเหวี่ยงหมัดตรงหน้าเจ้าเลย ตนเองตอบโต้ช้าไปจะโทษใครได้?”
“น่ารังเกียจ!” คนคนนั้นตะโกนอย่างโกรธเคือง ก่อนจะกำหมัดชกเข้าไป
คนอื่นๆ เห็นท่าทางก็เข้าไปร่วมมวยหมู่ ทันใดนั้นพื้นที่ว่างก็ถูกพวกเขายึดครอง เสี