เยี่ยจิงด้วยท่าทางว่าไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง สองคนคุยกันเสียงเบาไม่รู้กำลังพูดอะไร
นักเรียนแซ่เกิ่งได้ยินคำพูดเซียวอี้หานก็เม้มริมฝีปาก ชัดเจนว่าไม่เชื่อ ดังนั้นเขาจึงหยุดสายตาลงบนร่างเฟิ่งจิ่วที่สวมเครื่องแบบสำนักพลังวิญญาณ “เฟิ่งจิ่ว กล้าประลองกับข้าหรือไม่! หากข้าแพ้จะยอมรับทั้งกายใจ! มิเช่นนั้นเรื่องนี้ข้าจะไม่จบ!”
เฟิ่งจิ่วเห็นเขาขานชื่อเรียกแซ่ตะโกนใส่ ในใจถอนใจเบาๆ มองเขาพลางบอกว่า “แต่เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ข้าจริงๆ สู้กับคนที่อ่อนแอกว่า ข้ายังอายเกินไปจริงๆ”
นักเรียนแซ่เกิ่งได้ยินคำพูดนี้ สีหน้ายิ่งถมึงทึง “เจ้า!”
“เอาล่ะ! วุ่นวายกันพอหรือยัง!” รองเจ้าสำนักตะคอกเสียงเข้ม สายตาดุดันกวาดมองไปยังนักเรียนแซ่เกิ่ง “เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้เขาหรอก การตัดสินใจของพวกเราล้วนผ่านการหารือ ให้เขามาแทนที่เจ้ายังมีขอบเขตของพวกเรา! หนำซ้ำปีก่อนเขาเป็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานแล้ว เจ้าคิดว่ายอดปรมาจารย์พลังวิญญาณจะเป็นคู่ต่อสู้ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานได้หรือ?”
นักเรียนแซ่เกิ่งได้ยินเช่นนั้นก็ตาค้างไป ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน? เฟิ่งจิ่ว? เขาอยู่ระดับสร้างรากฐานแล้ว? นะ นี่เป็นไปได้อย่างไร?
ไม่เพียงเขา แม้แค่นักเรียนคนอื่นรอบข้างก็อึ้งๆ ไป ไม่มีทางเชื่อสักเท่าไร ถึงอย่างไรเขาเพิ่งเข้ามาปีก่อน จะบรรลุระดับสร้างรากฐานตั้งแต่ปีก่อนได้อย่างไร? นึกไม่ถึงว่าพวกเขาจะไม่เคยได้ยิน? หากเรื่องนี้ถูกเก็บเป็นความลั