ิ่งจิ่วได้ยินคำพูดนี้ ดวงตาแวววับ นัยน์ตาฉายประกายหนาวเหน็บ “มีคนลอบเข้ามาจากภูเขาด้านหลัง?”
“ขอรับ คนชุดดำหลายคน กระรอกดินตัวหนึ่งที่ข้าฝึกไว้ช่วงก่อนหน้านี้วิ่งเข้ามาบอกข้า พวกเขาแอบเข้ามาเงียบๆ และหลบอยู่ในป่า คฤหาสน์เราตรงนี้มีพวกเหลิ่งซวงเฝ้าไว้ คนพวกนั้นยังไม่เข้ามา แต่ไม่รู้ว่าพวกเขาคิดจะทำอะไร ทำอย่างไรดี? ตอนนี้ต้องทำอย่างไรขอรับ?”
เขากังวลไปบ้าง ภายในคฤหาสน์มีแค่พวกเขาสองสามคนเช่นนี้ หนำซ้ำยังถูกพิษไปหลายคน เซี่ยงหวาตายไป ไม่รอพวกเขาตรวจสอบได้ว่าใครทำ นึกไม่ถึงว่าจะมีคนลอบเข้ามาทางภูเขาด้านหลัง นี่คิดจะทำอะไร? ชัดเจนว่ามุ่งมาหาพวกเขา
ระหว่างที่เขาพูดไป หนูสีเทาตัวเล็กเท่ากำปั้นก็มุดออกมาจากในอกเสื้อ แล้ววิ่งพล่านวุ่นวายไปบนร่างเขา
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองหนูตัวนั้น ปิดเอกสารในมือลง สั่งการว่า “เจ้าควบคุมสัตว์อสูรได้ไม่ใช่หรือ? แถบภูเขาด้านหลังนั้นข้ายกให้เจ้า ดูไว้ดีๆ ด้วย”
เขาตกใจไปพักหนึ่ง เห็นนางสีหน้าเย็นเยียบ ทั่วร่างปล่อยกลิ่นอายสังหารเยือกเย็น ขานรับทันทีว่า “ขอรับ”
เขาคุมสัตว์อสูรเป็น ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์ ภูเขาด้านหลังตรงนั้นอย่างน้อยๆ ก็มีสัตว์ร้ายและสัตว์วิญญาณร้อยกว่าตัว แม้กำลังต่อสู้เขาไม่ไหว คุมสัตว์อสูรกลับยังตอบโต้ศัตรูได้
ทันใดนั้นเขามุ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว คิดจะไปจับตามองตรงภูเขาด้านหลังทางนั้น ไม่ว่าเป็นอย่างไรก็ให้คนพวกนั้นเข้ามาคฤหาสน์ไม่ได้
เฟิ่งจิ่วหันกลั