วกตู้ฝานกับหลัวอวี่ก็มายังเรือนที่นางพักด้วยความลนลานและท่าทีเปลี่ยนไปยกใหญ่
“นายท่าน เกิดเรื่องแล้วขอรับ”
เฟิ่งจิ่วในเรือนเพิ่งตื่นมาสักพัก หลังได้ยินเสียงเร่งรีบด้านนอกก็เปิดประตูเดินออกมา เห็นท่าทางแต่ละคนโศกเศร้า สีหน้ามีความโกรธเคือง หัวใจคร่ำเครียดทันใด ขณะกำลังจะเอ่ยปากกลับสังเกตเห็นว่าสีหน้าสองสามคนในหมู่พวกเขาผิดปกติไปบ้าง
“นายท่าน เซี่ยงหะ เซี่ยงหวาเขา… เขาตายแล้วขอรับ”
หลัวอวี่กล่าว พร้อมก้มหน้าลงอย่างเศร้าใจ แม้พวกเขารู้จักเซี่ยงหวาไม่นานแต่ทำงานและออกรับภารกิจด้วยกัน ใครจะรู้ว่าหลังเขารับภารกิจออกไปจะสิ้นใจไปอย่างแปลกประหลาด
เฟิ่งจิ่วที่กำลังคิดจะถามไถ่ว่าพวกเขาไปไหนมา หลังได้ยินคำพูดนี้ หัวใจก็เต้นแรง “ตายแล้ว? ตายได้อย่างไร? ทำไมพวกเจ้าถึงรู้? ได้ข่าวมาจากไหน?”
ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังขั้นสูงสุดเช่นเขจะตายง่ายเพียงนั้นได้เช่นไร? เธอไม่เคยคิดเลยจริงๆ ว่าพวกเขาจู่ๆ จะมาบอกเธอว่าเซี่ยงหวาตายแล้ว
ตู้ฝานหายใจเข้าลึกๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงมีเจ็บช้ำ “มีคนสัมผัสค่ายกล แขวนศพเขาไว้ด้านนอกคฤหาสน์พวกเรา พวกเราออกไปตรวจดู…”
เมื่อพวกเขาไปถึงด้านนอกก็ไม่เห็นใครอื่น เพียงเห็นศพเซี่ยงหวาแขวนบนต้นไม้ไม่ไกล เมื่อเห็นศพเขา พวกเขาต่างยากจะเชื่อไปบ้าง ไม่กล้าเชื่อว่าเซี่ยงหวาที่สองวันก่อนยังมีชีวิตดื่มเหล้าพูดคุยหัวเราะกับพวกเขาจะตายไปเช่นนี้
“ศพอยู่ไหน?” สีหน้าเธอเคร่งเครียด ในดวงตาเต็มไปด