อาวุโสสาม”
“หึ!” ชายชราแค่นเสียงหนักๆ แววตาดุร้ายหลังมองผ่านหญิงคนนั้น ก็หยุดลงบนร่างชายวัยกลางคน “ให้เจ้าตามมาด้วยยังเป็นเช่นนี้อีก? นางไม่รู้ความเจ้าก็ไม่รู้ความไปด้วยหรือไร? เหลวไหลจริงๆ!”
สองคนถูกสั่งสอนกลับไม่กล้าปริปาก ได้แต่ก้มหน้าฟังความไป
เฟิ่งจิ่วเห็นภาพเช่นนี้ แววตาสั่นไหวเล็กน้อย สายตาพินิจมองบนร่างชายชราคนนั้น เห็นเป็นผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณ หนำซ้ำได้ยินคำพูดทั้งสอง ดูท่าทางชายชราคนนี้คือผู้อาวุโสตระกูลซั่งกวนหรือ?
“ยืนทำอะไรเล่า? ยังไม่ไปขอโทษคุณชายเฟิ่งท่านนี้อีก!” ชายชรามองสองคนที่ยืนด้านหลังพลางตะโกนกราด
“ท่านผู้อาวุโสสาม เห็นชัดๆ ว่า…” หญิงคนนั้นไม่ยอม แต่คำพูดยังเอ่ยไม่ทันจบ เมื่อสบเข้ากับแววตาที่ทั้งน่าเกรงขามและดุดัน ก็ก้มหน้าลงต่ำในทันที คำพูดที่มาถึงปากยังได้แต่กลืนลงไปเสียดื้อๆ
นางมองไปยังเฟิ่งจิ่ว กัดฟันกรอดบอกว่า “ขอโทษ”
“คุณชายเฟิ่ง โปรดอภัยที่พวกเราเสียมารยาท” ชายชุดเทาเข้าไปประสานมือโค้งเอวคารวะ คำพูดผู้อาวุโสสามเขาไม่กล้าไม่ฟัง
“คุณชายท่านนี้ เสียมารยาทแล้ว” ชายชราพยักหน้าเล็กน้อย พร้อมเอ่ยกับเฟิ่งจิ่ว
เฟิ่งจิ่วเห็นเช่นนี้ก็ไม่พูดอะไร ยกมือขึ้นโยนแส้นั้นกลับไป “ได้ ข้าเป็นคนใจกว้าง ไม่คิดถือสาคนพาล”
เธอหมุนตัวเดินไปยังร้านแผงลอย ให้สามีภรรยาร้านแผงลอยนั้นสองเหรียญทองถือว่าชดเชยโต๊ะพวกเขาที่โดนตีเสียหาย แล้วสั่งพวกเขายกชามาอีกกา ถึงจะเรียกอสูรกลืนเมฆา