ู้สึกว่าเขาโตกว่าครึ่งเดือนก่อนไม่น้อย ในใจสงสัยว่าทำไมเขาถึงโตเร็วเพียงนี้
เช้าตรู่วันต่อมา เธอพายมราชน้อยไปที่เวิ้งสวนท้อ
กลับมาครึ่งเดือนแล้ว ขลุกอยู่กับการกลั่นยาตลอด เกือบลืมไปแล้วว่าเธอยังต้องถามชายชราคนนั้นว่าเม็ดบัวเขียวในท้องเธอคืออะไรกันแน่? แม้ตอนนี้บรรลุระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุด แต่ตอนฝึกบำเพ็ญเธอยังต้องแบ่งพลังวิญญาณมาหล่อเลี้ยงบัวเขียวเม็ดนั้นตรงจุดตันเถียน
สิ่งที่ทำให้เธอหงุดหงิดที่สุดคือ หล่อเลี้ยงมาเป็นเวลาเกือบปีหนึ่งแล้ว นึกไม่ถึงว่าจะยังมีรูปร่างเช่นนั้น หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เธอคงสงสัยว่าบัวเขียวนี้จะบานหรือไม่? หรือว่ายังมีผลลัพธ์หรือวิธีใช้งานอื่นอีก?
ใครจะรู้ ยามมาถึงเวิ้งสวนท้อ หาทั่วทั้งด้านในและด้านนอกกลับไม่พบร่างชายชรา ดังนั้นเธอจึงเรียกวิญญาณผู้ฝึกตนตระกูลนั้นที่ฝึกบำเพ็ญอยู่ที่นี่มาสอบถาม ถึงจะรู้ว่าปีก่อนหลังเธอจากไปไม่นาน ชายชราคนนั้นก็จากไปด้วย
“กลัวว่าข้าจะกลับมาหาเขาหรือ นึกไม่ถึงว่าจะไปเงียบๆ เช่นนี้? ไม่ทิ้งคำพูดอะไรไว้เลย?” เธอเบิกตามองวิญญาณผู้ฝึกตนสองสามดวงตรงหน้า ไม่นึกว่าพอกลับมาจะไม่พบคนแล้ว
“นายท่าน เขาแค่บอกว่านายท่านไม่ต้องตามหาเขา บอกทำนองว่าสิ่งนั้นเป็นของดี และเป็นของขวัญให้ผู้มีวาสนาเท่านั้น หนำซ้ำยังไม่มีพิษภัยต่อนายท่าน ส่วนเรื่องอื่นๆ ภายหน้าจะรู้ได้แน่นอน”
เฟิ่งจิ่วได้ยินแล้วขมวดคิ้ว เธอย่อมรู้ว่าเม็ดบัวเขียวนั้นไม่เป็นอันตรายกั