ล็กลงมาอยู่กับนางที่นี่ก็ไม่มีอำนาจเลย แม้จะคัดค้านยังเปล่าประโยชน์
“นี่สิถึงจะเป็นเด็กดี” เฟิ่งจิ่วดึงเขาเข้ามาลูบๆ หัว “เป็นเด็กดีว่าง่ายข้าจะไม่ตีเจ้า”
ผิวหน้าเขาสั่นเทิ้ม มุมปากกระตุก มองค้อนนางแวบหนึ่งแล้วก็ละสายตาไปอย่างหมดคำพูด
“เอ๊ะ? ทำไมเหมือนเจ้าจะสูงขึ้นแล้ว?” ลากเขามาข้างกาย โอบไว้ในอ้อมแขน จู่ๆ เฟิ่งจิ่วที่ลูบหัวเขาก็พบว่าไม่เจอกันครึ่งเดือน เด็กคนนี้เหมือนจะสูงขึ้นไม่น้อยเลย
เธอดันเขาออกไปหนึ่งก้าว พินิจมองหัวจรดเท้าและเปรียบเทียบกัน ก่อนจะมองเขาอย่างแปลกใจ “สูงขึ้นจริงๆ ด้วย เดิมทีเป็นเช่นเด็กน้อยอายุสามสี่ขวบ ตอนนี้ดูจะสูงเท่าเด็กอายุห้าหกขวบแล้ว หลายวันมานี้เจ้ากินอะไร? ทำไมถึงโตเร็วเพียงนี้?”
เขาได้ยินคำพูดนี้ก็ก้มหน้ามองตัวเอง ไม่ได้พูดอะไร แน่นอนว่าโตขึ้นนิดหน่อย เพราะครึ่งเดือนนี้เขาฝึกบำเพ็ญตลอด ขอแค่วรยุทธ์ที่สูญเสียไปฟื้นคืนกลับมา เขาก็จะเปลี่ยนกลับมาเหมือนเดิมแน่นอน
แต่คำพูดนางกลับเตือนสติเขา หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเขาจะฟื้นสภาพเร็วเกินไป หนึ่งหรือสองครั้งนางอาจจะไม่คิดไปด้านนั้น แต่ถ้านานไปก็ไม่แน่
หากก่อนหน้าไม่เกิดเรื่องน่าอายมากมายเพียงนี้ต่อหน้านางยังดี บอกนางก็แค่บอกไป แต่ตอนนี้เขาจะเอ่ยปากบอกนางอย่างไร? เขากล้ามั่นใจว่าเพียงเอ่ยปากไปคราวนี้ ภายหน้าจะไม่เหลือความน่าเกรงขามแล้วจริงๆ
ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ อย่างไรก็ให้นางรู้ไม่ได้