ตาพินิจมองบนร่างเด็กชายผู้งดงาม ก็มองต้นสายปลายเหตุไม่ออก เพียงรู้ว่าเด็กน้อยคนนี้หน้าตาโดดเด่น อายุยังน้อยบุคลิกก็ไม่ธรรมดาแล้ว แค่ยืนอยู่ตรงนั้นก็มีกลิ่นอายข่มขวัญดุดันราวกับใบมีดคมกริบรอวันออกจากฝัก
คนตัวเล็กมาถึงที่นี่ก็ไม่ตกใจหรือหวาดกลัว และไม่แม้แต่จะตื่นสถานที่ ยืนไพล่สองมือประหนึ่งเด็กที่โตเกินวัย ยืดอกเชิดคางเล็กน้อยพลางมองพวกเขา
อ้อ ไม่สิ สายตาเขาแค่มองผ่านร่างเจ้าสำนักกับรองเจ้าสำนัก แล้วหยุดลงบนร่างโม่เฉินในชุดสีขาวคนนั้น มีทั้งการพินิจมองและสำรวจตรวจสอบ
โม่เฉินก็รู้สึกว่าหลังจากเด็กน้อยเข้ามา แววตาดุดันที่ลึกล้ำจนไม่เหมือนเด็กน้อยก็หยุดมองประเมินบนร่างตนเองอยู่ตลอด เห็นเช่นนี้เขาแอบแปลกใจเล็กน้อย และพินิจมองเด็กชายเช่นกัน แต่กลับพบว่าตนมองเด็กคนนี้ได้ไม่ทะลุปรุโปร่งสักเท่าไร
ทั้งที่เป็นแค่เด็กชายอายุสามสี่ขวบ กลับมีกลิ่นอายสูงส่งและแรงกดดันที่ชวนให้คนใจสั่น ทั้งที่มีรูปร่างเช่นเด็กน้อย ทว่าประกายหนาวเยือกที่แผ่จากดวงตาทั้งคู่กลับทำให้คนไม่กล้าดูแคลน
นอกจากนั้น เจ้าหนูคนนี้งดงามยิ่งนักจริงๆ ต่อให้เป็นภายในราชวงศ์หรือตระกูลสูงศักดิ์ ก็เห็นเด็กชายที่โดดเด่นเช่นนี้น้อยนัก
“ท่านเจ้าสำนัก รองเจ้าสำนัก นี่เป็น…ลูกชายของหลิงโม่หาน” เฟิ่งจิ่วเปลี่ยนคำพูด พอถึงปากก็บอกว่าเป็นลูกชายท่านอาทันที
“ลูกของโม่หาน? แม้แต่เขาเจ้าก็ยังรู้จัก?” ยามได้ยินชื่อนี้ที่ไม่ได้เอ่ยถึงมานาน เจ้าสำ