อมเจ็บปวดหัวใจอย่างมาก และเกลียดเฝ่ยไป๋ลู่ตัวสร้างปัญหาจนคันฟันยิบ ๆ “ผมคัดค้านที่จะรับเฝ่ยไป๋ลู่กลับมาตั้งแต่แรกแล้ว! ตอนนี้ยังเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น ทุกคนในเมืองเจียงกำลังมองดูความวุ่นวายของครอบครัวเฝ่ยเราอยู่! ต่อจากนี้พวกคุณจะปล่อยให้พี่สาวออกไปเจอสังคมยังไง? คนอื่น ๆ จะพากันดูถูกเธอ…”
คำพูดของเขาสะกิดบาดแผลของเฝ่ยชิงรั่ว ทันทีที่ถูกเฝ่ยไป๋ลู่เปิดโปง ตอนนี้คนในกลุ่มคนรวยทุกระดับต่างก็รู้แล้วว่าเธอเป็นลูกสาวบุญธรรม
เธอไม่สามารถหยุดร้องไห้และห้ามการสะอึกสะอื้นได้เลย พอเฝ่ยมาได้ยิน เขาจึงพลอยเสียใจไปด้วย
“เฝ่ยเฉิง ส่งพี่สาวของเธอกลับไปพักที่ห้อง ส่วนที่เหลือพวกเราจะจัดการเอง”
เฝ่ยเฉิงกระทืบเท้าด้วยความโกรธ “ทำไมต้องให้ผมออกไปด้วย? ผมไม่ใช่เด็กแล้ว เรื่องใหญ่ขนาดนี้ผมเองก็อยากมีส่วนร่วมด้วย!”
เฝ่ยเฉิงต่อต้าน เขาไม่อยากถูกแยกออกไปเพราะเป็นเด็ก และการจ้องตาเฝ่ยมาตอนนี้ก็คือการท้าทายอำนาจของพ่อ
เฝ่ยมาตีหน้านิ่ง เฝ่ยชิงรั่วเห็นแล้วก็รีบดึงเฝ่ยเฉิงมา กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย น้องชาย นายช่วยพาฉันไปหาคุณหมอประจำตระกูลหน่อยได้ไหม?”
พอเฝ่ยชิงรั่วพูดแบบนี้ เฝ่ยเฉิงไม่เต็มใจแค่ไหนก็ทำได้แค่ไปด้วยเท่านั้น
รอกระทั่งคนอื่น ๆ ไปแล้ว เฝ่ยอวี้ถึงแสดงความไม่พอใจออกมา “พ่อแค่รับเฝ่ยไป๋ลู่กลับมาก็พอแล้ว ทำไมต้องต้องจัดพิธีรับญาติด้วย? ตอนแรกก็พูดไว้ดิบดีว่าจะรับเธอกลับมาเงียบ