่งปรากฏรางๆ คนคนนั้นสวมชุดคลุมดำ ร่ายกายล้วนห่อหุ้มอยู่ภายในชุดคลุมสีดำ ดวงตาคู่นั้นราวกับน้ำนิ่งที่ไร้ชีวิต มืดมนเสียจนทำให้คนเห็นยังใจสั่นเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้
“จะ เจ้าเป็นคนหรือผี?” ไป๋เสี่ยวสะดุ้งตกใจ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
หลังสายตาคนคนนั้นมองผ่านบนร่างไป๋เสี่ยว เพียงหยุดลงบนร่างเฟิ่งจิ่ว “กลับไปเถอะ! พวกท่านไม่ควรมาที่นี่”
น้ำเสียงแผ่วเบานั้นยังมีความทุ้มต่ำบางส่วน ล่องลอยไปกลางอากาศ ฟังแล้วเหมือนเปล่งออกมาจากรอบๆ หากพวกเขาไม่เห็นว่าร่างนั้นยืนอยู่ตรงนั้น คงแยกแยะที่มาของเสียงไม่ได้จริงๆ
เฟิ่งจิ่วเห็นเช่นนี้ ก็ได้สติกลับมา แววตาสั่นไหวเล็กน้อย ประสานมือคารวะพร้อมเอ่ยว่า “ท่านผู้อาวุโส พวกเรามาที่นี่ไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่อยากมาเตือนและส่งข่าวแก่จวนอันสูงศักดิ์”
คนคนนั้นมองเฟิ่งจิ่วเงียบๆ “ว่ามา”
“ไม่ทราบว่าท่านผู้อาวุโสเคยได้ยินวังกำเนิดสวรรค์หรือไม่?” เธอถามไถ่
“อืม” คนชุดคลุมดำคนนั้นขานรับ และไม่พูดอะไรอีก
เฟิ่งจิ่วเห็นท่าทาง ก็บอกเรื่องที่คนวังกำเนิดสวรรค์วางแผนยึดครองภูเขาร้อยปีไปคร่าวๆ สุดท้ายยังบอกว่า “เพราะหนึ่งในพวกเขามีผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณ ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังหลายคน รวมถึงผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานอีกมาก หลังรู้เรื่องข้าถึงอยากเข้ามาเตือน หากกำลังคนในจวนไม่เป็นใจ ขอให้รีบหลบลี้โดยเร็วที่สุด”
“ขอบคุณมาก พวกท่านไปได้แล้ว” คนชุดคลุมดำคนนั้นกล่าว ไม่ได้