ำหนักยมราชที่นี่
หลังจากเดินวนในเมือง สายตาเธอหยุดลงตรงชั้นลอยบนหอแห่งหนึ่ง เห็นอักษรเขียนว่าหอสายลมหนาวนั้น นึกถึงประสบการณ์ครั้งนั้นที่ฮุยหลางโดนทิ้งมาไว้ที่นี่ ก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ ชะงักไปเล็กน้อย แล้วสาวก้าวเดินเข้าไป
“คุณชายท่านนี้ ท้องฟ้ายังเช้า ในหอเรายังไม่เริ่มทำการค้าหรอก!” ชายที่นอนบนเก้าอี้นอนอย่างเกียจคร้านกำลังเอ่ยโดยไม่แม้แต่จะลืมตา
เฟิ่งจิ่วมองชายคนนั้น สวมชุดคลุมสีม่วง ตรงเอวมีจี้หยกห้อยลู่ข้างกาย บนหน้าถูกปิดไว้ด้วยหนังสือเล่มหนึ่ง ซ้ำยังมีทหารอารักขาคู่แฝดสองคนที่เหมือนกันไปหมดยืนอยู่ข้างกาย
“เริ่นเสียง?”
คนที่นอนได้ยินคำพูดนี้ถึงขยับตัว เลื่อนหนังสือที่ปิดบนหน้าลงมา เฟิ่งจิ่วเหลือบมองไปยังรูปลามกที่วาดไว้บนนั้นเสียจนมุมปากกระตุก
อ่านหนังสือลามกกลางวันแสกๆ มิน่าถึงเป็นคนเปิดโรงค้าเด็กหนุ่ม
เริ่นเสียงลืมตาชำเลืองมองผู้มาใหม่ เห็นเช่นนี้ก็สะดุ้งขึ้นมาทันควัน เดินวนรอบเฟิ่งจิ่วด้วยดวงตาเป็นประกายพลางเอ่ยเสียงจิ๊จ๊ะ “นี่ภูตหมอที่ทำให้นายท่านข้าหลงเสียจนหัวปักหัวปำไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงแจ้นมาที่นี่เล่า? ซ้ำยังรู้อีกว่าข้าเปิดหอสายลมหนาวที่นี่?”
เฟิ่งจิ่วได้ยินคำพูดเรื่อยเปื่อยเช่นนี้ก็หัวเราะ บอกว่า “ข้าเคยได้ยินฮุยหลางเอ่ยถึง ว่าเจ้าเป็นคนดูแลโรงค้าเด็กหนุ่ม พอดีผ่านมาที่นี่จึงเข้ามาดูเสียหน่อย”
ระหว่างพูดสายตาที่ยิ้มเหมือนไม่ยิ้มก็หยุดลงบนใบหน้าที่โดดเด่นยิ่ง