ไปหรือไม่?” สองแขนเธอกอดอก ยิ้มมองคนคนนี้ตรงหน้า
เมื่อคนพวกนั้นด้านหลังได้ยินคำพูดนี้ ท่าทางแต่ละคนต่างสั่นไหว
ออกไป… พวกเขาก็อยากออกไปเหมือนกัน
“ออกไปทำไม?”
“แน่นอนว่าออกไปทำการใหญ่”
ทุกคนด้านหลังได้ยินคำพูดนี้ ก็มีท่าทางแปลกๆ ทำไมคำพูดนี้เหมือนพวกโจรป่าเลย? หนุ่มน้อยคนนี้คงไม่ได้วิ่งออกมาจากภูเขาลูกไหนจริงๆ หรอกใช่ไหม?
“ไม่สนใจ” เขาข้ามผ่านทุกคน และสาวก้าวคิดจะจากไป
บางคนปิดทางเขาไว้ บางคนก็มองไปยังเฟิ่งจิ่วอย่างเฝ้ารอ “เขาไม่สนใจ พวกเราสนใจ”
เฟิ่งจิ่วได้ยินเช่นนี้ ก็เปล่งเสียงหัวเราะเบาๆ “แต่ข้าไม่สนใจพวกเจ้า”
ชายฉกรรจ์พวกนั้นได้ยิน แต่ละคนสีหน้าดูไม่ได้
“ช่วงนี้คนวังกำเนิดสวรรค์กำลังก่อเรื่องวุ่นวาย เล่ากันว่าแบ่งเป็นสองฝ่าย ต่อสู้กันไม่เว้นวัน มีกลุ่มอำนาจไม่น้อยเพ่งเล็งวังกำเนิดสวรรค์และคิดจะกลืนกินเนื้อติดมันชิ้นนี้”
เธอกล่าวอย่างไม่แยแส พร้อมสาวก้าวนวยนาดเดินไปตรงหน้าเขา “แค่รับปากคนไว้ว่าจะรวบรวมวังกำเนิดสวรรค์เสียใหม่ จึงไม่รับช่วงต่อไม่ได้ ข้ามาหาเพราะเจ้าเคยเป็นผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้าย คุ้นเคยกับทุกอย่างของวังกำเนิดสวรรค์ น่าจะช่วยเหลือข้าได้”
“เจ้าจะใช้ตนเองรวบรวมวังกำเนิดสวรรค์ใหม่?” เซี่ยงหวายิ้มเย็น ชายตามองหนุ่มน้อยตรงหน้า คิดว่าเขาช่างไม่รู้เรื่องอะไรเสียเลย
“อืม ใช้ข้านี่แหละ” เธอพยักหน้า ยิ้มเอ่ยว่า “ไม่เชื่อหรือ? เรามาพนันกันไหมล่ะ?”
เซี่ยงหวาเม้มริมฝีปากจ้องมองเด็กห