ามสงสัย กลับรู้เพียงข้อมูลว่าเฟิ่งจิ่วเป็นคนแคว้นระดับเก้าและอื่นๆ แม้ตระกูลพวกเขาอยากจะตรวจสอบ ภายในเวลาสั้นๆ ก็ไม่อาจหาข้อมูลเกี่ยวกับเขาได้
แต่เพราะภาพเช่นนั้น ในใจพวกเขารู้อยู่รางๆ ว่าเฟิ่งจิ่วคนนี้มีที่มาไม่ธรรมดา
เนี่ยเถิงที่อยู่ที่ใดสักแห่งในสำนักพลังวิญญาณ เมื่อเห็นร่างที่นั่งขนนกเคลือบหลากสีบินผ่านไปบนท้องฟ้าไกลและมุ่งไปยังยอดเขาหลัก สายตาก็มองตามไปตลอด จนกระทั่งร่างนางหายไปจากสายตา
ดูท่าทางบาดแผลนางคงดีขึ้นแล้ว
เมื่อมาถึงยอดเขาหลัก เห็นว่านอกจากเจ้าสำนักกับรองเจ้าสำนัก ยังมีคุณชายโม่เฉินคนนั้นอยู่ด้วย เฟิ่งจิ่วยิ้มเล็กน้อย “ท่านเจ้าสำนัก รองเจ้าสำนัก คุณชายโม่เฉิน วันนี้ข้าเข้ามาขอบคุณ และอยากเชิญท่านรองเจ้าสำนักไปเยี่ยมพวกอาจารย์ที่บาดเจ็บด้วยกันเสียหน่อย”
“เฟิ่งจิ่ว? แผลเจ้าดีขึ้นแล้วหรือ ทำไมพักผ่อนได้ไม่นานสองวันก็ลงจากเตียงมาเดินแล้ว?” รองเจ้าสำนักเห็นนางมา ก็รีบให้สัญญาณนางนั่งลง
“ขอรับ บาดแผลบนร่างหายดีประมาณหนึ่งแล้ว”
เธอนั่งลงตรงโต๊ะหินที่พวกเขานั่งอย่างไม่เกรงใจ เห็นโม่เฉินจ้องมองตั้งแต่เธอเข้ามาก็ยิ้มอย่างอดไม่ได้ “คุณชายโม่เฉิน อย่าสนใจข้าเกินไปนัก ข้ามีคนรักแล้ว”
โม่เฉินถลึงตามองนางแล้วละสายตาออกไป ยกน้ำชาขึ้นจิบ ไม่พูดไม่จา
เจ้าสำนักกับรองเจ้าสำนักเห็นเช่นนี้ก็มองหน้ากันทันที เจ้าสำนักยิ้มเอ่ยว่า “เฟิ่งจิ่ว พวกอาจารย์มีอาจารย์สำนักยากับสำนักยาเซียนสองสามคนดู