ดี มันก็โผไปทางนางทันควัน เยี่ยจิงตกใจจนต้องรีบใช้สองแขนขวางหน้ามันที่พุ่งเข้ามาไว้พลางถามว่า “เหล่าไป๋ ทะ ทำไมพวกเจ้าถึงพูดได้?”
นางไปอาศรมนั้นไม่ใช่แค่รอบสองรอบ ยังไม่ได้ยินเหล่าไป๋พูดเลย!
เหล่าไป๋ได้ยินเช่นนี้ก็ตกใจ ยามนี้ถึงค่อยนึกถึงคำเตือนนายท่าน และอดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้ม “วันนั้นข้ากินของผิดไปโดยไม่ระวัง ถึงพูดได้แล้ว”
แย่ละ นายท่านคงไม่ทำให้มันพูดไม่ได้ตลอดไปจริงๆ หรอกใช่ไหม?
นึกถึงตรงนี้ ความเบิกบานที่ได้รับความช่วยเหลือก็หายไปทันใด มันคลอเคลียข้างกายเยี่ยจิง บอกว่า “เยี่ยจิงคนงาม นายท่านไม่ให้ข้าพูด ซ้ำยังใช้เชือกผ้ามัดปากข้าไว้ กลัวว่าข้าจะทำให้คนตกใจ ตอนนี้พวกเจ้าได้ยินแล้ว กลับไปเจ้าช่วยขอร้องนางหน่อยได้หรือไม่ จริงด้วย นายท่านคงไม่เป็นไรกระมัง?”
เยี่ยจิงจ้องมองเหล่าไป๋ มองไม่ออกว่ามีอะไรแปลกไป นางนึกประหลาดใจ แต่ยังคงกล่าวว่า “เจ้าวางใจเถอะ นางไม่เป็นไร แต่ได้รับบาดเจ็บตอนนี้พักฟื้นอยู่ในอาศรม พอเห็นพวกเจ้าหายไป ถึงให้พวกเราออกมาตามหา”
“ได้รับบาดเจ็บ? เช่นนั้นพวกเราต้องกลับไปเร็วหน่อย” เหล่าไป๋ได้ยินก็เครียดขึ้นมา “ใบหน้าไม่บาดเจ็บใช่หรือไม่?”
ทุกคนได้ยินเช่นนี้มุมปากก็กระตุก ไม่รู้จริงๆ ว่าเหล่าไป๋ตัวนี้เป็นห่วงว่านายจะบาดเจ็บ หรือเป็นห่วงว่าจะบาดเจ็บโดนใบหน้า?
เยี่ยจิงยิ้ม “กลับไปเห็นเจ้าก็รู้เอง” นางบอกนักเรียนด้านหลังว่า “พวกเจ้าตะโกนบอกพวกเขาทีว่าหาเจอแล้ว”
“ได้” พ