นขณะที่ทุกคนไม่ทันห้ามปราม เขากัดฟันกรอด มือถือกระบี่คมจู่โจมไปข้างหน้า ใครรู้ว่ายังไม่ทันเข้าใกล้ข้างกายเขาก็โดนแขนเสื้อสะบัดกวาดออกไปไกลกว่าสามจั้ง
“ผัวะ!”
ร่างกายร่วงลงพื้นอย่างหนัก เลือดเอ่อล้นจากปากเขา แม้มีพลังระดับหลอมแก่นพลังขั้นสูงสุด จะเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งระดับกำเนิดวิญญาณก็ไม่ง่ายดายสักนิด
“บ้าเอ้ย!”
เขาทุบพื้นทันใด เช็ดเลือดตรงมุมปากและลุกขึ้นอีกครั้ง กำลังจะพุ่งเข้าไปสู้กับเขาต่อ กลับเห็นผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณอย่างผู้อาวุโสสี่คน เจ้าสำนัก และรองเจ้าสำนักจากสำนักศึกษาแบ่งเป็นสองแถวล้อมผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณคนนั้นไว้
ซ้ำยังท่านอาเขาไกลออกไปกว่าสามจั้งล้มอยู่บนพื้นสักพักยังไม่ลุกขั้นมา จึงพุ่งไปโดยเร็วทันที เพื่อประคองเขาขึ้นมา
“ท่านอา เป็นอย่างไรบ้าง? ยังดีอยู่หรือไม่?” เขาประคองคนขึ้นมา พลางเอ่ยถาม
“แค่กๆๆ…”
ชายชราพลันไอสองสามครั้ง ในปากมีเลือดล้นเอ่อ บอกว่า “ระดับกำเนิดวิญญาณขั้นสูงสุด คิดไว้แล้วว่าต้องไม่ธรรมดา แม้แต่ข้าที่อยู่ระดับกำเนิดวิญญาณเหมือนกันยังต้านทางการโจมตีไม่ได้”
ขณะกำลังพูด เมื่อสายตาเคลื่อนไปเห็นเฟิ่งจิ่วภายในเขตอาคมใต้ต้นไม้ที่หมุนสองมือปล่อยกลิ่นอายพลังวิญญาณ ดวงตาก็เบิกกว้างอย่างตกตะลึง
“กะ กลิ่นอายบนร่างเขา…”
พลังวิญญาณกับพลังเร้นลับหลอมรวมกัน เพราะกลิ่นอายที่ปล่อยออกมาล้วนเป็นของเขาคนเดียว ซ้ำยังดูใกล้เคียงกันมาก ด้วยเหตุนี้เองพวกคนระดั