งจิ่ว! ตายเสียเถอะ!”
น้ำเสียงเย็นเยียบที่แฝงด้วยจิตสังหารมากล้นดังออกมาจากด้านใน ขณะที่ทุกคนภายนอกแนวกั้นกระแสลมยังรู้สึกเหลือเชื่อ
เฟิ่งจิ่วยังมีชีวิตหรือ? ภายใต้เงื้อมมือผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณยังยืนหยัดได้นานเพียงนี้เชียว?
“เสี่ยวจิ่ว! เสี่ยวจิ่ว!”
กวนสีหลิ่นกังวลเสียจนตาแดงก่ำ แม้เขาอยู่ระดับบรรพชนนักรบ แต่ในเวลานี้ต่อให้เขาอยากจะกระโจนเข้าไปอย่างไม่คิดชีวิต แล้วพุ่งเข้าไปด้านในแนวกั้นกระแสลมนั้น ก็ยังไม่มีทางเคลื่อนเข้าไปได้อีกสักก้าว
ภายใต้แรงกดดันและกระแสลมทรงพลังที่กระจายไปในอากาศ ทุกก้าวของเขาเหมือนมีน้ำหนักเป็นพันชั่ง ทุกครั้งที่ลากเข้าไปใกล้หนึ่งก้าว เลือดลมในร่างต่างกำลังเดือดพล่านและปั่นป่วน คล้ายจะกระอักออกมาจากอก
เซียวอี้หานก็เหมือนกันกับเขา แม้เขาเป็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน แต่ยามนี้ภายใต้แรงกดดันมหาศาลแค่ก้าวเดียวยังยากเลย ยิ่งเดินลำบากยิ่งตกตะลึง ขนาดพวกเขายังเคลื่อนไหวเช่นนี้ ด้วยวรยุทธ์เฟิ่งจิ่วจะทนอยู่ที่นี่นานเพียงนี้ได้เช่นไร?
“พวกเจ้าถอยไปข้างหลังก่อน แรงกดดันและกระแสลมที่นี่แข็งแกร่งเกินไป พวกเจ้ารับไม่ไหวหรอก” รองเจ้าสำนักกล่าวจบก็สะบัดแขนเสื้อ แล้วใช้แรงส่งทั้งสองคนออกไปไกลมากกว่าสามจั้ง
ทว่าขณะกำลังจะส่งเนี่ยเถิงออกไป กลับเห็นสายตาเย็นชาพร้อมด้วยไอหนาวเย็นน่าสะพรึงจ้องมองมา ทำให้เขาตกใจไปชั่วขณะ ทำไมเขาถึงตามมาด้วย? รู้ว่าต้องตามออกมาเสี่ยงอันตรายแท้ๆ