ังจากเห็นว่าเป็นเนี่ยเถิงก็แอบโล่งอก
“ศิษย์พี่เนี่ย ท่านนั่นเอง พวกเราตกใจหมดเลย” นักเรียนคนหนึ่งพูดพลางตบๆ หน้าอก
“พวกเจ้ากำลังพูดถึงใคร?” เนี่ยเถิงถามอีกครั้ง เพิ่งกลับมาจากยอดเขาสำนักยาเซียน ไม่เห็นเฟิ่งจิ่วที่นั่น ขณะกำลังคิดจะกลับเรือน ยามผ่านมาทางนี้กลับได้ยินพวกเขากำลังคุยกันเสียงเบา
“เฟิ่งจิ่ว พวกเรากำลังพูดถึงเจ้าเด็กเฟิ่งจิ่วนั่น พวกอาจารย์กับเจ้าสำนักในสำนักศึกษาต่างปกป้องเขา ครั้งนี้ดีแล้ว ได้ยินว่าเมื่อเช้าเขาถือป้ายคำสั่งเจ้าสำนักไปเดินเล่นในเมืองกับเยี่ยจิง เมื่อครู่กลับเห็นเยี่ยจิงกลับมาขอความช่วยเหลือ บอกว่าเฟิ่งจิ่วกำลังลำบากให้อาจารย์หลี่ว์พาไปพบเจ้าสำนักอะไรนี่แหละ”
“พวกเราเดาว่าเจ้าเด็กนั่นคงไปขัดใจใครด้านนอกเข้าจนถูกจัดการ อย่างมากก็โดนซ้อม เยี่ยจิงรู้น้อยถึงเห็นเป็นเรื่องประหลาด”
ทว่านักเรียนพวกนั้นกลับเห็นว่าหลังจากได้ยินคำพูดพวกเขา สีหน้าเนี่ยเถิงก็เปลี่ยนไป ก่อนที่เขาจะร่อนกระบี่บินมุ่งไปยังยอดเขาหลัก
“ศิษย์พี่เนี่ยเป็นอะไรไป?”
“ได้ยินว่าเจ้าเด็กเฟิ่งจิ่วนั่นกำลังลำบาก สีหน้าเขาคล้ายจะไม่ค่อยดีนัก”
“หรือว่าศิษย์พี่เนี่ยจะรู้จักเจ้าเด็กนั่น?”
“เป็นไปไม่ได้กระมัง?”
ขณะที่พวกเขาพูดในใจยังนึกสงสัย ทว่าไม่ได้สนใจมากนัก นั่งลงคุยเล่นกันอีกครั้ง
เนี่ยเถิงที่ขี่กระบี่ไปยังยอดเขาหลักหวั่นใจขึ้นมาในยามนี้ คนในสำนักศึกษาไม่รู้จักเฟิ่งจิ่วคนนั้น แต่เขารู้ หากไม่เกิดปั