ำนัก พวกท่านได้โปรดช่วยเฟิ่งจิ่วด้วย หากพวกเราไม่ช่วย เขาต้องไม่รอดแน่…”
กำลังต่อสู้และผู้แข็งแกร่งเช่นนั้น ผู้ฝึกตนระดับยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณเช่นนางจะรอดชีวิตจากเงื้อมมือพวกเขาได้อย่างไร?
เจ้าสำนักกับรองเจ้าสำนักได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าหนักใจขึ้นมาทันที โม่เฉินที่หนีบตัวหมากไว้ในมือยามนี้แววตาสั่นไหวเล็กน้อย นัยน์ตาฉายแววแปลกใจ
ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังแปดคน ผู้แข็งแกร่งระดับกำเนิดวิญญาณสี่คน ทำไมเขาถึงไปยั่วยุคนเช่นนั้นได้?
เวลานี้เองเจ้าสำนักก็สั่งการเสียงเข้ม “อาจารย์หลี่ว์ เจ้าไปเคาะระฆังใหญ่บนยอดเขาหลักเดี๋ยวนี้ เรียกประชุมอาจารย์จากสำนักพลังวิญญาณและสำนักพลังเร้นลับไปช่วยคนด้วยกันกับพวกข้า!”
“ขอรับ!”
อาจารย์หลี่ว์ขานรับแล้วออกไปเคาะระฆังใหญ่บนยอดเขาหลักอย่างรวดเร็ว เสียงระฆังแต่ละเสียงลอยออกไปจากยอดเขาหลัก ขณะที่กึกก้องไปแต่ละสำนัก หลังจากได้ยินเสียงระฆังพวกอาจารย์ก็พากันตกใจ วางเรื่องในมือลงและรีบไปยังยอดเขาหลักโดยเร็ว
ขณะเดียวกันเจ้าสำนักมองยังรองเจ้าสำนัก สั่งว่า “เหล่ากวน เจ้ารีบไปข้างนอก แล้วรวบรวมพวกอาจารย์ที่มีวรยุทธ์ระดับหลอมแก่นพลังและระดับปราชญ์นักรบมาไว้ด้วยกัน”
“ขอรับ!” รองเจ้าสำนักขานรับก่อนจะออกไปโดยเร็ว เยี่ยจิงเห็นเช่นนี้จึงรีบเร่งตามไป นางก็ต้องไปช่วยกับพวกเขาด้วย!”
ยามนี้เจ้าสำนักถึงจะมองยังโม่เฉิน บอกว่า “นึกไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วเป็นนักเรียน