ู้กับนักเรียนสำนักพลังเร้นลับแล้ว เธอจึงมาเรือนของเยี่ยจิงที่สำนักพลังวิญญาณ
“เฟิ่งจิ่ว? เจ้ามาได้อย่างไร?” เยี่ยจิงประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นนาง
เธอขยิบตาไปทางเยี่ยจิง เอ่ยว่า “ข้ามาถามว่าเจ้าจะไปเดินเล่นในเมืองกับข้าหรือไม่?” ระหว่างพูดก็โยนๆ ป้ายคำสั่งในมือเล่น
เยี่ยจิงแปลกใจอยู่บ้าง “เจ้าได้ป้ายคำสั่งจากเจ้าสำนักมาหรือ?”
“เจ้าสำนักมอบให้ข้า จะไปหรือเปล่า?”
“ไปสิ ไปแน่นอน” นางยิ้มเอ่ย “เจ้ารอข้าสักครู่ ข้าจะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า” กล่าวจบก็เข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ทั้งสองมาถึงภายในเมืองซิงอวิ๋น ด้วยรูปโฉมโดดเด่นบุคลิกสง่างาม แค่ปรากฏตัวก็ดึงดูดสายตาคนสัญจรไปมาไม่น้อย แม้ภายในเมืองนี้จะรวบรวมผู้โดดเด่นจากแต่ละที่ไว้ แต่หน้าตาท่าทางของทั้งสองก็ยังทำให้เป็นดั่งกระเรียนในฝูงไก่ สะดุดตาเป็นอย่างยิ่ง
“หาที่กินอาหารก่อนค่อยเดินเล่นเถอะ” เฟิ่งจิ่วกล่าว สิ่งที่นึกถึงในทีแรกไม่ใช่อย่างอื่น แต่เป็นอาหารรสเลิศ
“ข้าค่อนข้างคุ้นเคยภายในเมือง ข้าจะพาเจ้าไปแล้วกัน! มีแต่อาหารดั้งเดิมที่สุดของที่นี่ทั้งนั้น” เยี่ยจิงพูดพลางพาเฟิ่งจิ่วข้ามถนนใหญ่ไปยังอีกตรอกหนึ่ง
เมื่อผ่านตรอกไป มีชายวัยกลางคนร่างผอมสูงเดินสวนมาด้านหน้า สวมชุดผ้าแพรหรูหรา เดินไปพลางมองแผงลอยที่วางเรียงรายบนพื้นตรอกไปพลาง เมื่อเห็นสองคนเบื้องหน้า ดวงตาพลันเป็นประกาย สายตาหยุดมองบนร่างเยี่ยจิงในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนนุ