ผอมสูงคนก่อนหน้านั้นบนถนนใหญ่อีก
ตรงแผงลอยบนถนนใหญ่มีหญิงอ้วนท้วนอายุสามสิบกว่าสวมชุดกระโปรงสีสันสดใสกำลังเท้าสะเอวชี้พ่อค้าหาบเร่พลางด่ากราด บริเวณรอบๆ มีคนไม่น้อยมามุงดู ชายวัยกลางคนร่างผอมสูงก็เบียดเสียดไปมาข้างกายเหล่าหญิงสาวตรงข้างทาง พร้อมยกมือชนหน้าอกพวกนางด้วยท่าทางเหมือนไม่ได้ตั้งใจ
เฟิ่งจิ่วเห็นภาพเช่นนี้ แววตาเย็นเยียบเล็กน้อย สักพักก็นึกถึงตอนที่เบี่ยงตัวผ่านในตรอกก่อนหน้านี้ ชายวัยกลางคนต้องใช้วิธีนี้เอาเปรียบเยี่ยจิงเป็นแน่ เป็นไปตามคาด มองเยี่ยจิงข้างกายก็เห็นสีหน้านางเย็นชาขึ้นมาเช่นกัน
“คนเช่นนี้ เจอหนึ่งครั้งต้องสั่งสอนหนึ่งครั้ง ก่อนหน้านี้ข้าไม่รู้ หากรู้คงทำให้เขาออกจากตรอกนั้นไม่ได้แน่” เฟิ่งจิ่วกล่าว สายตาหยุดลงบนร่างชายวัยกลางคนร่างผอมสูงคนนั้น
“ข้าหลบแล้ว แต่ยังโมโหนิดหน่อย”
หน้าตาเยี่ยจิงโดดเด่นไม่เลว แต่เพราะมีฐานะดี รวมถึงมีวรยุทธ์ติดตัว คนปกติจึงไม่กล้าเอาเปรียบนาง และนางก็ไม่เคยเจอชายปลิ้นปล้อนที่มีอายุเช่นนี้
ในความคิดนาง เป็นถึงคนมีอายุแล้ว อย่างไรก็ไม่น่าทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนี้ ทว่าชัดเจนมากว่านางแค่ไม่เคยเจอเท่านั้น ไม่ได้แปลว่าไม่มีคนเช่นนี้อยู่
“เจ้าดูข้านะ”
เฟิ่งจิ่วเผยรอยยิ้มให้นาง สาวก้าวเดินไปยังฝูงชนที่คึกคักเบื้องหน้าแล้วเบียดเสียดเข้าไป จนมาถึงข้างกายชายวัยกลางคนร่างผอมสูง เห็นเขากำลังแสร้งโน้มตัวเข้าไปมุงดู แต่กลับแอบๆ ใช้แขนถูไถหญิงสาวข