ยากจะพูดแต่หยุดไว้ เผยรอยยิ้มกล่าวว่า “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง อาจารย์หลูไม่เป็นอะไร การผ่าตัดประสบความสำเร็จดียิ่ง เรื่องที่เหลือข้ากำชับหมอสองคนนั้นไว้แล้ว ผ่านไปสักสองวันเขาคงฟื้น หากฟื้นตัวดี ครึ่งเดือนก็ลงจากเตียงมาเดินได้”
เยี่ยจิงได้ยินเช่นนี้ หัวใจที่หวั่นๆ ในที่สุดก็ผ่อนคลายลง นางมองเฟิ่งจิ่ว ดึงๆ แขนอีกฝ่ายพลางกล่าวด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณเจ้าด้วย เฟิ่งจิ่ว”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก”
เฟิ่งจิ่วโบกๆ มือพลางยิ้ม หลังจากขึ้นนั่งขนนกบินก็มุ่งหน้าไปยังอาศรม ภายในใจทอดถอนใจเบาๆ รู้สึกว่าการฝึกบำเพ็ญในสำนักศึกษานี้จะยุ่งเกินไปแล้วจริงๆ มีเรื่องราวตั้งมากมาย จะนอนหลับเพื่อความงามยังยากเย็นเลย หากไม่ระวังเกรงว่าแม้แต่อาศรมอาจถูกคนระเบิดก็เป็นได้
เวลาเดียวกันนี้ เมื่อสามคนที่เข้าไปดูสถานการณ์ด้านในเห็นหมอสองคนสีหน้าขาวซีดริมฝีปากสั่นเครือเล็กน้อย ฝีเท้าที่เดิมทีจะก้าวไปข้างหน้าก็ชะงักโดยทันที
“อาจารย์หลูเป็นอย่างไรบ้าง?” เจ้าสำนักเอ่ยถาม สายตาหยุดลงบนร่างหมอสองคนนั้น
หมอสองคนเห็นพวกเขาก็ถอนหายใจเบาๆ อย่างอดไม่ได้ สงบสติอารมณ์แล้วเอ่ยว่า “ท่านเจ้าสำนักวางใจเถอะ อาจารย์หลูไม่เป็นอะไรแล้วขอรับ”
“ไม่เป็นอะไร? ไม่เป็นอะไรจริงๆ หรือ”
เสียงรองเจ้าสำนักขึ้นสูงเล็กน้อย พร้อมชี้คนบนเตียงที่นอนอยู่ด้านหลังพวกเขาอย่างค่อนข้างยากจะเชื่อ “มะ ไม่ใช่ว่าเปิดช่องบนศีรษะรึ? เช่นนี้จะไม่เป็นไรหรือ?”
ได้ยินรองเจ้า