ปรธาตุระดับสูงๆ จึงถูกสำนักศึกษาอื่นแย่งไปเท่านั้น”
“นอกจากนักเล่นแร่แปรธาตุสองคน อันที่จริงยามนี้สำนักยาเซียนมีบรรพชนนักเล่นแร่แปรธาตุอีกคน เพียงแต่ฐานะเขาไม่ธรรมดา ปกติจะไม่ออกมาสอน นักเรียนจึงมีนักเล่นแร่แปรธาตุสองคนคอยสอนกลั่นยาเซียน”
“บรรพชนนักเล่นแร่แปรธาตุ?” แววตาเธอสั่นระริกเล็กน้อย ถามว่า “ผู้ชายที่สวมชุดขาวราวเทพจุติคนนั้นใช่หรือไม่?”
เธอแค่เคยเห็นเจ้าหมอนั่นกลั่นยาเซียน ซ้ำยังเป็นยาอายุวัฒนะที่ระดับไม่ได้ต่ำ เดาว่าเขาคงเป็นอาจารย์ อาจเป็นบรรพชนนักเล่นแร่แปรธาตุคนนั้นที่ทั้งสองเอ่ยถึงกระมัง?
“ชุดขาวเทพจุติ?”
เจ้าสำนักกับรองเจ้าสำนักมองหน้ากัน อึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มพลางส่ายหน้า “ไม่ใช่หรอก ท่านนั้นที่เจ้าพูดถึงคงเป็นคุณชายโม่เฉิน เขาเป็นแขกของเรา ไม่ใช่นักเล่นแร่แปรธาตุในสำนักศึกษา แต่ทักษะเขาในด้านยาเซียนโดดเด่นมากจริงๆ แม้แต่ภายในแคว้นระดับหนึ่งยังมีคนเช่นเขาน้อยนัก”
กล่าวถึงตรงนี้ เจ้าสำนักก็ยิ้มๆ กล่าว “วันนี้ที่เข้ามา นอกจากจะขอบคุณเจ้า ยังอยากถามเสียหน่อยว่าเจ้าต้องการรางวัลอะไร ขอแค่สำนักศึกษามี พวกเราก็รับปากได้ทั้งนั้น”
เฟิ่งจิ่วได้ยินเช่นนี้ ก็ยิ้มพลางเลิกคิ้ว “รางวัลก็ให้แล้วไม่ใช่หรือ? เตรียมอาหารให้ข้าในสำนักศึกษาวันละสามมื้อก็พอแล้ว”
ได้ยินคำพูดนี้ คนทั้งสองตกใจเบาๆ “ได้อย่างไรเล่า? เช่นนี้…” ยังเอ่ยไม่ทันจบก็เห็นอีกฝ่ายโบกๆ มือตัดบทพวกเขา
“ข้าบอกว่าได้ก็ไ