น์อะไร
อยากขอให้เขาช่วยคน เช่นนั้นจะมองเขาเป็นนักเรียนของสำนักศึกษาไม่ได้ ต้องมองเป็นภูตหมอ และให้ความเคารพตามที่ภูตหมอสมควรมี มิเช่นนั้นเกรงว่าเรื่องนี้คงได้ผลตรงกันข้าม
ยังมีอีกอย่าง ในเมื่อฝ่ายนั้นเข้าสำนักศึกษาของพวกเขา เช่นนั้นก็ย่อมไม่อยากให้ตัวตนภูตหมอถูกเปิดเผย หากพวกเขาเปิดโปงตัวตนนี้ไป น่ากลัวว่า…
คิดถึงตรงนี้ และนึกถึงเสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นตลอดทางเมื่อครู่ ยามนี้เขาเลยอดปาดเหงื่อไม่ได้
เขาเคยเจอนิสัยแปลกๆ ของเฟิ่งจิ่วมาแล้ว เสี่ยงจริงๆ เสี่ยงมาก…
ยามนี้ หลังจากสงบความคิดที่ว้าวุ่นลง เขามองเจ้าสำนักแล้วหยุดสายตาลงบนร่างกวนสีหลิ่นข้างๆ ที่ไม่พูดไม่จา จากนั้นถามด้วยใบหน้าเผยรอยยิ้ม “สีหลิ่นเอ๋ย! เฟิ่งจิ่วนอนอยู่ข้างในหรือ?”
กวนสีหลิ่นได้ยินก็มองเขา พยักหน้ารับ “ขอรับ”
“โอ้ เป็นเช่นนี้เอง! ปกติเขาหลับนานแค่ไหนถึงจะตื่น?” อาจารย์หลูมีเวลาแค่ไม่กี่ชั่วยาม หากปล่อยเฟิ่งจิ่วนอนไปเช่นนี้คง…
“พูดยากขอรับ” เขาส่ายหน้าและไม่เอ่ยปากอีก
“เช่นนั้นก็รอเถอะ!” รองเจ้าสำนักถอนหายใจเบาๆ ยืนอยู่ข้างกายเจ้าสำนัก สายตามองที่อาศรมนั้น
ทุกคนรอบๆ เห็นรองเจ้าสำนักยืนรอตรงนั้นเช่นกัน แต่ละคนก็ตะลึงไปบ้าง มาตามเฟิ่งจิ่วไม่ใช่หรือ? ทำไมเจ้าสำนักกับรองเจ้าสำนักถึงไม่ทำลายเขตอาคมเข้าไปเรียกออกมา?
นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
เยี่ยจิงมาถึงที่นี่แล้วเช่นกัน แต่เมื่อเห็นภาพแปลกๆ นั้น ใจก็สั่นไหวเล็กน้