เช่นนี้เอง
ยามนี้เจ้าสำนักกับรองเจ้าสำนักต่างครุ่นคิด ทั้งสองมองกวนสีหลิ่นถือพัดพัดลมเหมือนคิดอะไรอยู่ ยามเห็นเขาส่งกลิ่นหอมที่ลอยมาจากอาหารรสเลิศเข้าไปด้านในเขตอาคม หลังตกใจเล็กน้อยแล้ว ดวงตาก็เป็นประกาย
ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง! เขาคิดจะใช้กลิ่นหอมของอาหารปลุกเฟิ่งจิ่วด้านในอาศรม? แต่เช่นนี้จะได้หรือ?
ในใจทั้งสองอดไม่ได้ที่จะสงสัย
ทว่าความสงสัยนี้ ไม่กี่ชั่วอึดใจก็กลายเป็นความตกตะลึงและยินดี
เฟิ่งจิ่วตื่นมาด้วยความหิว เธอพลิกตัวอย่างเกียจคร้านขณะท้องร้องโครกคราก ระหว่างกึ่งหลับกึ่งตื่น กลิ่นหอมเนื้อที่เหมือนมีแต่ก็เหมือนไม่มีลอยเข้ามาให้เธอดมกลิ่นสักพัก
“หอมจริง…”
เธอคิดว่ากำลังฝันแน่ๆ เพราะอยู่ในอาศรมนี้หรือแม้แต่ทั้งภูเขานี้ ไม่น่ามีกลิ่นหอมอาหารรสเลิศได้
ดังนั้นเธอจึงพลิกตัว ครั้งนี้หันหน้าไปข้างนอก ดมกลิ่นหอมเนื้อนั้นและหลับไปอย่างอิ่มเอม
ทว่าเมื่อกลิ่นหอมนั้นยิ่งอบอวลทุกที จนเธอถึงกับดมกลิ่นแล้วพูดชื่ออาหารรสเลิศพวกนั้นออกมาได้ เสียงท้องร้องโครกครากยิ่งดังขึ้น
จู่ๆ เธอก็ลืมตา สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วนิ่งเหม่อไป เวลาต่อมา หลังจากพลิกร่างกระโดดขึ้นมาในสภาพผมยุ่งเหยิงสวมเสื้อผ้าลวกๆ ก็พุ่งออกไปข้างนอก
“ใคร! ใครนำอาหารรสเลิศมายั่วใจข้า!”
………………………………………………….