ังเข้าใจ
หากถามว่าเฟิ่งจิ่วมีทักษะการแพทย์หรือไม่ สิ่งที่พวกเขาเป็นห่วงยิ่งกว่าคือเฟิ่งจิ่วจะช่วยอาจารย์หลูหรือไม่? หากช่วย เช่นนั้นเขาก็มีทักษะการแพทย์ หากไม่อยากช่วยก็แค่ต้องบอกว่าเขาไม่มี…
ตั้งแต่ต้นจนจบมีใครบ้างไม่นึกถึงปัญหาข้อนี้ ตอนที่รู้เรื่องเฟิ่งจิ่วรู้ว่าร่างกายอาจารย์หลูมีปัญหาเมื่อสองวันก่อน พวกเขาส่งนักเรียนมาตามก่อน จากนั้นอาจารย์หลี่ว์เข้ามาอยากจะทำลายเขตอาคมเพื่อเรียกเฟิ่งจิ่วไป ยามนี้เขาถึงมาเรียกเฟิ่งจิ่วไปด้วยตัวเอง…
พวกเขาต่างคิดว่าทุกอย่างนี้เป็นเรื่องแน่นอน ควรจะเป็นเช่นนี้ เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบ และเป็น…ขอแค่พวกเขาสั่งเพียงประโยคเดียว เฟิ่งจิ่วก็ไม่ปฏิบัติตามไม่ได้…
ทันใดนั้นเขาถึงได้เข้าใจ ระหว่างที่ตกใจยังตกตะลึง หากไม่ได้การกล่าวเตือนจากหนุ่มตรงหน้า เกรงว่าต่อให้พวกเขาทำลายเขตอาคมและปลุกเฟิ่งจิ่ว เฟิ่วจิ่วก็ไม่จำเป็นต้องออกหน้าช่วย
นึกถึงตรงนี้แล้ว เขามองลึกล้ำที่กวนสีหลิ่น แล้วประสานมือคำนับอย่างสุดซึ้ง “ขอบคุณมาก”
ขอบคุณมาก ขอบคุณคำเตือนจากเขา เป็นคำพูดเขานี่เองที่เตือนสติ
กวนสีหลิ่นมองเจ้าสำนัก โน้มตัวลงเล็กน้อยแค่รับการคารวะ ขณะเดียวกันยังคารวะกลับ “มิกล้า”
ทุกคนรอบข้างเห็นรองเจ้าสำนักคำนับคนหนุ่มใต้ต้นไม้คนนั้น ต่างพากันเบิกตาโตอย่างตกใจและมองภาพนี้ด้วยความเหลือเชื่อ คิดเพียงว่าภาพนี้ไม่ใช่เรื่องจริง
บนภูเขาบริเวณไม่ไกล โม่เฉินที่ได้ยินคำพูดทั้งสอง