จิง”
ทั้งสองขานเรียก สายตาหยุดลงบนร่างชายหนุ่มชุดนักเรียนสำนักพลังเร้นลับ หลังจากพินิจมอง หนึ่งคนในนั้นก็มาตะโกนด้านหน้าอาศรม “เฟิ่งจิ่ว! เฟิ่งจิ่วออกมาเร็ว ท่านอาจารย์หลี่ว์ตามหาเจ้า”
เยี่ยจิงกับกวนสีหลิ่นได้ยินดังนั้นก็ตกใจ หลังจากมองหน้ากัน เยี่ยจิงถามว่า “เกิดอะไรขึ้น? แล้วตามหาเฟิ่งจิ่วด้วยเรื่องอะไรกัน?”
“เฟิ่งจิ่ว เฟิ่งจิ่วรีบออกมา ท่านอาจารย์หลี่ว์ตามหาเจ้า”
นักเรียนคนนั้นตะโกนเสียงดัง เสียงแทรกด้วยกลิ่นอายพลังวิญญาณ หากไม่มีเขตอาคมกันเสียงที่เฟิ่งจิ่ววางไว้คงดี แต่ยามนี้ภายในอาศรมถูกปิดกั้นเสียงไว้ ไม่ว่าพวกเขาตะโกนเสียงดังแค่ไหนคนด้านในที่หลับสนิทก็ไม่ได้ยิน
ทั้งสองเห็นว่าไม่มีการเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย จึงหันกลับไปถามเยี่ยจิง “ศิษย์พี่เยี่ยจิง ท่านอาจารย์หลี่ว์ให้เฟิ่งจิ่วเข้าไปห้องแนะแนวการสอนโดยเร็ว เขาอยู่ไหน หรือว่าออกไปแล้ว ทำไมพวกเราเรียกตั้งนานยังไม่ตอบ?”
“เขาอยู่ในอาศรม แต่อาศรมวางเขตอาคมกันเสียงไว้ เสียงข้างนอกนี้เข้าไปไม่ถึงหรอก ได้ยินสัตว์อสูรบอกว่าเมื่อคืนเขานอนดึกมาก วันนี้เดาว่าอย่างเร็วที่สุดต้องรอถึงเที่ยงเขาถึงจะตื่น”
“ถึงเที่ยง?” สีหน้านักเรียนทั้งสองเปลี่ยนไป “เช่นนั้นได้อย่างไร เรื่องนี้รอไม่ได้!”
“เรื่องอะไรถึงรอไม่ได้?” กวนสีหลิ่นเอ่ยปากถาม ขมวดคิ้วเบาๆ พลางมองสองนักเรียนที่ท่าทีเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ท่านอาจารย์หลูรอไม่ได้! ท่านอาจารย์หลูใกล้จะสิ้นใจแล้ว