ะเพียงคิดว่านางอยู่ที่นี่หากถูกคนอื่นท้าประลองบ่อยครั้งก็ไม่ใช่เรื่องดี การฝึกบำเพ็ญต้องมีอุปสรรคแน่
ถ้าใครๆ ต่างมาท้าประลองก็ได้ประลองกับนาง ไหนเลยนางจะมีเวลามากมายเพียงนั้นไปฝึกบำเพ็ญและไปทำเรื่องของตนเองเล่า?
“พวกเจ้ากลับไปเถอะ! ที่นี่นายท่านไม่เป็นอะไร ไม่ต้องเป็นห่วง” เหล่าไป๋พูดแล้วยังสูดหายใจเข้าลึกๆ ด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม
เยี่ยจิงเห็นก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่บ้าง “เหล่าไป๋ เจ้าอย่าหื่นกามเพียงนี้จะได้ไหม?” ยืนสูดกลิ่นข้างกายนางไม่หยุดหย่อน กลิ่นหอมเพียงนั้นเชียวหรือ?
“ไม่ได้หรอก ข้าชื่นชอบสาวงาม โดยเฉพาะสาวงามที่รูปงามใจงาม เยี่ยจิงคนงาม ข้าอยากบอกเจ้ามานานแล้ว เจ้าหอมมากจริงๆ! มีกลิ่นหอมหญิงสาวเต็มไปหมด ไม่ได้ๆ ขาข้าอ่อนแล้ว”
เหล่าไป๋มีสีหน้าเคลิบเคลิ้ม เอ่ยพลางนอนหมอบลงไป แล้วทำท่าทางว่าแข้งขาอ่อนแรง ท่าทางต่ำทรามและสีหน้าบ้ากามนั้นกลับยิ่งเหมือนมนุษย์เป็นที่สุด ทำให้คนอยากจะเกลียดก็เกลียดไม่ลง
กวนสีหลิ่นเห็นก็ถลึงตามองเหล่าไป๋ แสนจะหมดคำพูดเช่นกัน “เหล่าไป๋ นิสัยหื่นกามนี้เจ้าไปเรียนมาจากไหนกันแน่? เสี่ยวจิ่วก็ไม่ได้บ้ากาม! หรือว่าเป็นเจ้านายคนก่อน?”
“นายคนก่อนของข้าโง่ แต่ก็เป็นคนดี มิเช่นนั้นคงไม่ส่งข้าให้เสี่ยวจิ๋วจิ่วหรอก” ปากม้าของมันขยับพูดอย่างคล่องแคล่ว ครั้นเอ่ยว่า ‘เสี่ยวจิ๋วจิ่ว’ ออกมา ดวงตาพลันเปล่งประกาย “อ้า! จากนี้ไปข้าจะเรียกนายท่านว่าเสี่ยวจิ๋วจิ่ว เสี่ย