สนิท เขาจึงยิ้มๆ แล้วนั่งลงใต้ต้นไม้ มองไปยังหมีดำตัวใหญ่ที่เฝ้าอยู่ข้างอาศรม ยิ้มเอ่ยด้วยว่า “เจ้าเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ตัวที่เสี่ยวจิ่วพากลับมาจากเทือกเขาหมื่นอสูรสินะ? นึกไม่ถึงว่าตัวใหญ่เพียงนี้นางก็ยังเก็บไว้”
“กรร!”
โดนเขม่นเข้าแล้ว เสี่ยวเฮยคำรามแต่ไม่ได้โจมตีเขา เพียงหมอบจ้องมองอย่างระวังตัว
“ไม่ต้องคำรามเลย เจ้าขู่ข้าไม่ได้หรอก ข้าเป็นพี่ชายของนายเจ้า เข้าใจหรือไม่?” กวนสีหลิ่นกล่าวยิ้มๆ สายตาเหลือบมองไปโดยไม่ตั้งใจ ก็เห็นเหล่าไป๋โผล่ออกมาจากพงหญ้าไม่ไกล
“ฮี่! กวนกวน เจ้ามาแล้ว!”
เหล่าไป๋เห็นกวนสีหลิ่นก็ทักทายด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างอดไม่ได้ พลางส่ายสะบัดหางย่างกีบม้าเดินเข้ามา ทั้งภูมิใจและเย่อหยิ่ง “กวนกวน ข้าเหล่าไป๋พูดได้แล้ว ตกใจหรือไม่? ฮ่าๆๆๆๆ!”
ครั้นได้ยินเหล่าไป๋เอ่ยปากพูดภาษามนุษย์ ซ้ำยังหัวเราะฮี่ๆ และเรียกเขาว่ากวนกวนอะไรนั่น กวนสีหลิ่นเพียงรู้สึกว่าหน่ายใจ สีหน้ายังแปลกๆ ขึ้นมา เห็นมันเดินเข้ามาใกล้ก็พินิจมองจากหัวจรดเท้า ถามว่า “เหล่าไป๋ เจ้าก็ยังเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่สัตว์เทวะ แล้วจะพูดได้อย่างไร?”
“ทำไมจะพูดไม่ได้? เดิมทีข้าเหล่าไป๋ไม่ใช่ม้าทั่วไป อีกทั้งยังมีนายท่านที่ไม่ธรรมดา จะพูดภาษามนุษย์ก็เป็นเรื่องที่ไม่ช้าก็เร็ว”
น้ำเสียงของมันมีความอวดดีที่ยากจะปกปิด หากเปล่งจากปากคนก็ไม่แปลกอะไรนัก แต่ดันมาจากปากม้าตัวนี้ พอเข้าคู่กับสายตาแสนย่ามใจ มองอย่างไรก็ทำให้ม