ิ์สิทธิ์ แม้แต่สัตว์เทวะยังไม่เคยเห็น ไม่ได้ลำบากอะไรสำหรับข้าเลย ไปแล้วรู้สึกน่าเบื่อ” เธอโบกมือ เห็นเหล่าไป๋ที่เดิมทีเดินเล่นอยู่รอบๆ บิดบั้นท้ายส่ายหางวิ่งไปไม่ไกลด้วยท่าทางดีอกดีใจ
“ฮี่! เยี่ยจิงคนงาม เจ้าสวยขึ้นทุกวันเลย…”
มุมปากเฟิ่งจิ่วกับกวนสีหลิ่นกระตุกพร้อมกัน เยี่ยจิงมองเหล่าไป๋แล้วมองเฟิ่งจิ่ว ถามว่า “เหล่าไป๋เป็นอะไรไป? ทำไมถึงพูดได้?” ม้าประหลาดบ้ากามเพียงนี้ไม่พูดยังน้ำลายไหลใส่หญิงงามได้ หากพูดได้จะแย่สักเท่าไร?
เขาถึงกับคาดการณ์ได้ว่า ภายหน้าหากเฟิ่งจิ่วขี่มันไปบนถนน มันจะผิวปากหยอกล้อพวกสาวๆ ตามทางหรือไม่?
เฟิ่งจิ่วมองเยี่ยจิงที่นิ่งกับที่อย่างตกใจเล็กน้อย บอกอย่างจนปัญญาว่า “เมื่อวานมันกินยาสัจจะผิดแปลกที่ข้ากลั่นออกมาใหม่จึงกลายเป็นเช่นนี้ เหล่าไป๋ ข้าสั่งแล้วว่าไม่ให้เจ้าพูดต่อหน้าคนอื่นจะได้ไม่ทำให้ตกใจ แต่ดูท่าทางแค่เห็นสาวงามเจ้าก็ลืมไปหมดแล้ว”
เธอพูดพลางใช้ศอกกระทุ้งคนข้างกาย แล้วเผยรอยยิ้มเฝ้ารอออกมา “พี่สีหลิ่น ข้าขอบอกท่าน เยี่ยจิงคนนี้ไม่เลวเลย นางเป็นสาวงามอันอับหนึ่งของสำนักพลังวิญญาณ นิสัยใจคอไม่เลว วรยุทธ์ก็เช่นกัน ข้าคิดว่าน่ามองยิ่ง ครั้งก่อนว่าจะแนะนำให้ท่านรู้จักเสียหน่อย จริงด้วย แม่นางคนนี้ใจกว้างนัก แม้แต่เรื่องที่ข้าเป็นหญิงแต่งชายยังรู้เลย”
กวนสีหลิ่นได้ยินจึงยิ้มเอ่ย “คนที่ทำให้เจ้ารู้สึกเจริญตาได้ เห็นได้ชัดว่าต้องดีแน่นอน”
……………………………………