้วจ้องไปยังอสูรกลืนเมฆา
“ทำไมรึ ข้าทำให้เจ้าตกใจหรือไม่? ข้าเคยบอกเจ้าตั้งแต่แรกแล้วว่าข้าไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมดา เป็นอย่างไรเล่า? เห็นหรือยัง? หึ ข้าไม่ใช่สัตว์เทวะยังพูดภาษาคนได้ ไหนเลยจะเหมือนเจ้า”
อสูรกลืนเมฆาชายตามองมัน “เจ้าได้ใจอะไรกัน? นายท่านบอกแล้วไม่ใช่หรือ? หากเจ้ากล้าโพล่งพูดภาษามนุษย์ออกมาต่อหน้าคนอื่น จะทำให้เจ้าส่งเสียงไม่ได้อีกตลอดไป อย่านึกว่านายท่านแค่พูดไปตามปาก เรื่องที่เจ้าไม่ใช่สัตว์เทวะแต่พูดภาษามนุษย์ได้ หากแพร่งพรายไปมีแต่จะสร้างปัญหาให้นายท่าน ดังนั้นดีที่สุดต้องหุบปากม้าของเจ้าไว้แน่นๆ หน่อย”
เหล่าไป๋ได้ยินแล้วไม่พูดตอบอย่างที่เห็นได้ยาก ถึงอย่างไรความฉลาดมันก็ไม่ได้น้อย แม้จะบ้ากามไปหน่อย แต่เรื่องนี้มันยังรู้เรื่องดี
ภายในห้องยาประจำอาศรม เฟิ่งจิ่วมองยาอายุวัฒนะสองเม็ดที่เหลือ ไม่ว่าสีหรือการใช้ยาล้วนไม่มีผิดพลาด ทำไมถึงทำให้สัตว์อสูรพูดได้? แม้จะสงสัยแต่ยังคงมั่นใจ ตำรายานั้นเป็นตำรายาสัจจะไม่ผิดแน่ๆ เหล่าไป๋กินยาเม็ดนั้นไปถึงได้โพล่งเรื่องเบื้องหลังออกมาหมด ข้อนี้ไม่ต้องสงสัยเลย
“ต้องมีจุดที่พลาดแน่ๆ ตรงไหนกันล่ะ?” เธอหลับตาครุ่นคิด ภายในห้วงความคิดหวนนึกถึงกรรมวิธีและขั้นตอนการกลั่นยาเซียน หวนนึกถึงคุณสมบัติและสรรพคุณทางยาของสมุนไพรทุกอย่าง ทันใดนั้นห้วงความคิดก็มีแสงสว่างวาบ
“ใส่หญ้าวิญญาณทวีวาจามากไป!”
ดังนั้นเธอจึงเปิดเตาอีกครั้ง และกลั่นยาอายุวัฒน