ทือกเขาหมื่นอสูรเฟิ่งจิ่วคนนั้นกระโจนเข้าใส่เยี่ยจิง
“สตรีตกอับไร้เกียรติ วันๆ ยังกล้าวางท่าทางถือตัว เยี่ยจิง ดูซิว่าครั้งนี้เจ้าจะยังถือตัวได้อย่างไร!” นางเอ่ยด้วยความชิงชัง รูปโฉมที่ยังนับว่าสะสวยบิดเบี้ยวเพราะความอิจฉาและแค้นใจ ดูไม่น่ามองผิดปกติ
ทว่าในเวลานี้เอง เสียงเยี่ยจิงก็ลอยมาจากด้านนอก “รั่วเฟย เจ้าอยู่หรือไม่?”
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ร่างนางสะดุ้ง พลันลุกยืนขึ้นด้วยอาการตื่นตระหนก นิ่งไปเล็กน้อยแล้วถึงจะเดินออกไปพลางถามว่า “อะ อาจิง? เจ้าเองหรือ? มาได้อย่างไร?”
ระหว่างพูดก็เห็นร่างชุดขาวด้านนอกเดินเข้ามาแล้ว ทันใดนั้นนางรีบร้อนเผยรอยยิ้มหวานพลางเข้าไปต้อนรับ “อาจิง ในที่สุดเจ้าก็ยอมมาหาข้า ช่วงนี้เจ้าไม่สนใจข้าเลย แม้แต่คนคุยด้วยสักคนข้ายังไม่มี”
เยี่ยจิงเดินเข้ามา เห็นสาวน้อยมีรอยยิ้มหวานฉ่ำบนใบหน้า แววตาสั่นไหวเล็กน้อย “ช่วงนี้เจ้ากำลังยุ่งเรื่องอะไร ไม่ออกไปเดินเล่นข้างนอกหรือ?”
“เจ้าไม่สนใจข้า ช่วงนี้ข้ากำลังฝึกบำเพ็ญ ไม่ได้ออกไปไหน ทำไมหรือ?” ใจนางหวั่นๆ เล็กน้อย ฝ่ามือมีเหงื่อไหล
“ไม่มีอะไรหรอก แค่ช่วงนี้ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ภายในสำนักศึกษาต่างลือกันเรื่องข้ากับเฟิ่งจิ่ว พูดได้ไม่น่าฟังยิ่งนัก” เยี่ยจิงเอ่ยพลางนั่งลงข้างโต๊ะ เห็นภายในเรือนมีนางแค่คนเดียว จึงถามว่า “คนพวกนั้นที่พักอยู่กับเจ้าล่ะ ไม่อยู่หรือ?”
สำนักศึกษามีเพียงนักเรียนระดับสวรรค์ที่พักเรือนเล็กคนเ