้งหลายแล้ว แต่พวกเขาไม่เชื่อ จึงต้องบังคับเจ้าเข้ามาสอบสวนอย่างเข้มงวด”
“อืม ต้องสอบสวนอย่างเข้มงวด” เฟิ่งจิ่วพยักหน้าเอ่ย แล้วกล่าวท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเยี่ยจิง “คนคนนี้ใส่ร้ายพวกเราสองคนก็เรื่องหนึ่ง ซ้ำยังทำให้ชื่อเสียงสำนักศึกษาเสื่อมเสียอีก เรื่องนี้ต้องสอบสวนจริงๆ”
อาจารย์ทั้งหลายเห็นเช่นนี้ ในใจก็นึกสงสัย หรือว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง? หากไม่ใช่เรื่องจริง ทำไมถึงไม่ลือเรื่องอื่นแต่ลือเรื่องของพวกเขาสองคน?
“เฟิ่งจิ่ว เรื่องนี้แค่มีคนใส่ร้ายพวกเจ้าสองคนจริงหรือ?” อาจารย์หลี่ว์ขมวดคิ้วถาม แม้เฟิ่งจิ่วจะเข้าเรียนแค่ครั้งเดียว แต่เขาประทับใจเด็กหนุ่มคนนี้มาก สายตาเขาไม่น่าจะมองผิดไป เด็กหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น เยี่ยจิงยังบอกเองว่าไม่มีเรื่องเช่นนี้แน่นอน ดังนั้นเขาจึงเชื่อจริงๆ
“ขอรับ ไม่มีเรื่องเช่นนี้แน่นอน ข้ากับเยี่ยจิงเป็นเพื่อนกัน ไม่มีทางทำเรื่องเช่นนั้น ยิ่งไปกว่านั้นข้าเฟิ่งจิ่วเป็นคนประเภทนั้นหรือ?”
อาจารย์หลี่ว์ได้ยินคำพูดเด็กหนุ่มก็พยักหน้า มั่นใจว่าเห็นเฟิ่งจิ่วไม่ใช่คนเช่นนั้น
ดังนั้นเขากับอาจารย์คนอื่นจึงกระซิบคุยกัน และกำลังจะจบเรื่องนี้ ใครเลยจะรู้ว่าอาจารย์คนก่อนหน้านั้นกลับเอ่ยด้วยเสียงเกรี้ยว “หากไม่มีเรื่องเช่นนี้คนจะเล่าลือกันได้อย่างไร ข้าได้ยินว่าเจ้ายังไม่ได้เข้าสำนักศึกษาก็เจอกับเยี่ยจิงแล้ว ตอนนั้นเจ้ายังเอาเปรียบนางทั้งที่คนเต็มถนน เจ้