ยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณนิ่งอึ้งอยู่กับที่ เลือดในร่างปั่นป่วนพูดอะไรไม่ได้
มาถึงเฟิ่งจิ่วทำไมถึงเป็นเช่นนี้?
“เฟิ่งจิ่ว อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลย” อาจารย์หลี่ว์กล่าวด้วยเสียงทุ้มเข้ม คิดว่าหนุ่มน้อยกำลังล้ออาจารย์เล่น
ได้ยินเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วยักไหล่ “เอาเถอะ! ไม่เชื่อก็แล้วไป แต่ดูอาการท่านอาจารย์ ไม่พ้นสามวันต้องล้มป่วยแน่นอนขอรับ”
“จะ เจ้า…” อาจารย์คนนั้นได้ยินก็โกรธเสียจนหอบหายใจหนัก หากอาจารย์สองคนข้างกายไม่รั้งไว้ต้องปรี่เข้าไปสั่งสอนเฟิ่งจิ่วแน่ๆ
“เหล่าหลู เจ้าอย่าถือสาเด็กเลย มาๆๆ นั่งลงดื่มน้ำข้างๆ ก่อน เรื่องนี้ข้าจะถามเขาเอง” อาจารย์หลี่ว์ลากอาจารย์หลูที่มีสีหน้าขุ่นเคืองมานั่งลงข้างกัน จากนั้นค่อยมายังเบื้องหน้าเฟิ่งจิ่วกับเยี่ยจิง
“พวกเจ้าสองคนคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ มีแผนอะไรหรือไม่ หากบอกว่ามีคนใส่ร้ายพวกเจ้า เช่นนั้นคนคนนี้เป็นใคร พวกเจ้ามีหลักฐานหรือไม่?”
ได้ยินคำพูดของอาจารย์หลี่ว์ ทั้งสองมองหน้ากัน จากนั้นเฟิ่งจิ่วก็ยิ้มเอ่ย “ท่านอาจารย์หลี่ว์ เรื่องนี้ให้พวกเราจัดการเถอะขอรับ! ข้าจะลากคนออกมาด้วยตนเอง”
เห็นเขาเอ่ยเช่นนี้ออกมา ชัดเจนว่ามีความมั่นใจในเรื่องนี้ ดังนั้นจึงถามว่า “ต้องนานเท่าไร?”
“วันเดียวก็มากพอแล้วขอรับ” มุมปากเธออมยิ้มเล็กน้อย เอ่ยด้วยยิ้มบางๆ
“เช่นนั้นก็ดี ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าหนึ่งวัน ออกไปเถอะ! หากเรื่องนี้จัดการไม่เรียบร้อย พวกเจ้าสองคน…” เขาไม่ได้พูดต่