้าลง แล้วมองไปยังนักเรียนพวกนั้นที่พูดคุยกัน
“เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”
ในความเนิบช้าของน้ำเสียงมีความเย็นเยียบที่ยากจะสัมผัสพบ บนใบหน้างดงามไม่มีความเอ้อระเหยลอยชายเช่นปกติ สิ่งที่ปรากฏคือสีหน้าเย็นเยือกที่เธอเผยให้เห็นน้อยนักภายในสำนักศึกษา
สีหน้าเธอเคร่งขรึม รอยยิ้มบนใบหน้าถูกเก็บไป ดวงตาที่หรี่ลงครึ่งหนึ่งฉายประกายหนาวเหน็บ รูปโค้งตรงมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยนั้นมีกลิ่นอายอันตราย น้ำเสียงยังแผ่วเบาเรียบเรื่อยเช่นนั้น แต่กลับทำให้คนรอบข้างเงียบลงในพริบตา
เฟิ่งจิ่วที่เป็นเช่นนี้ ภายในสำนักศึกษาไม่มีใครเคยเห็น ถึงขั้นพูดได้ว่าตั้งแต่เขาเข้าสำนักศึกษามายังไม่เคยเห็นเขามีมุมเช่นนี้มาก่อน
สูงส่งน่าเกรงขาม ดวงตาที่หรี่ลงครึ่งหนึ่งแฝงกลิ่นอายเย็นชา รอยยิ้มบางๆ ตรงริมฝีปากเหมือนมีแต่ก็เหมือนไม่มี กลิ่นอายทั่วร่างเปลี่ยนไปทันควัน เขาในรูปแบบนี้ทำให้คนรู้สึก…อันตรายอย่างบอกไม่ถูก!
“เมื่อครู่พวกเจ้าว่าอะไรนะ?”
เฟิ่งจิ่วสาวก้าวเดินเข้าใกล้คนพวกนั้นเบาๆ ทีละก้าว น้ำเสียงทั้งเนิบนาบและเยียบเย็นแฝงด้วยความเย็นชาที่ทำให้คนอกสั่นขวัญแขวน “อย่าให้ข้าต้องถามอีกเป็นครั้งที่สาม มิเช่นนั้นข้ามีวิธีทำให้พวกเจ้าพูดไม่ได้ตลอดไป”
ได้ยินคำพูดนี้ แล้วนึกถึงว่าเขาเป็นนักเรียนสำนักยาเซียน ซ้ำยังเคยล้มนักเรียนสำนักพลังเร้นลับหลายสิบคนอย่างไร้กลิ่นไร้เสียง ชัดเจนว่าชำนาญด้านการวางยาอย่างยิ่ง นึกถึงข้อนี้ นักเร