ี่ว์ที่เบิกตาโตอย่างเพิ่งรู้เรื่อง
รอบข้างพลันเงียบลง บรรยากาศหยุดนิ่งราวกับโดนแช่แข็ง ขณะที่มึนงงมีเพียงเสียงแผ่วของสายลมอ่อนที่พัดผ่านใบไม้มา…
เฟิ่งจิ่วเห็นเหล่านักเรียนแต่ละคนเบิกตากว้าง ก็เผยรอยยิ้มเขินอายออกมา กล่าวอย่างไร้เดียงสายิ่งว่า “ข้าบอกแล้ว! มันน่าอายเกินจะเอ่ยจริงๆ กลัวจะตอกหน้าพวกท่าน จริงๆ นะ”
ทุกคนอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออกไปสักพัก โดนตอกหน้าจริงๆ แล้ว เหมือนที่อาจารย์หลี่ว์บอก พวกเขาล้วนเป็นลูกหลานที่ตระกูลฝึกอบรมอย่างหนัก เทียบกับความผิดเพี้ยนนี้ไม่มีทางเทียบได้เลย
เยี่ยจิงมองเฟิ่งจิ่วด้วยท่าทีแปลกประหลาด ที่แท้ตอนนั้นบนถนนนางยอมอ่อนให้ ยังคิดจริงๆ ว่านางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตน นึกไม่ถึงว่านางจะเป็นผู้ฝึกตนระดับยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณขั้นสูงสุด
ยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณขั้นสูงสุด ขาดแค่ก้าวเดียวก็บรรลุระดับสร้างรากฐาน กำลังของเขาไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะเทียบได้ มองไปยังนักเรียนระดับสวรรค์ทั่วสำนักศึกษายังไม่มีใครบรรลุถึงระดับยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณขั้นสูงสุดด้วยซ้ำ
เวลานี้ ในที่สุดเยี่ยจิงก็รู้ว่าทำไมรองเจ้าสำนักถึงทำทุกวิถีทางเพื่อพานางมาจากสำนักยาเซียน
ไม่เพียงแต่เยี่ยจิง แม้แต่อาจารย์หลี่ว์รวมถึงพวกนักเรียนคนอื่นๆ หลังจากได้ยินคำพูดจากเฟิ่งจิ่ว ในที่สุดก็รู้ว่าทำไมรองเจ้าสำนักถึงปฏิบัติกับนางอย่างดี พละกำลังและพรสวรรค์เช่นนี้ต้องฝึกอบรมอย่างหนักจริงๆ
ไม่แน่ว่าอนาคตยังมีโอก