งจะเลี่ยงไม่ให้นักเรียนคนอื่นมาท้าประลองกับเฟิ่งจิ่วอีก
นักเรียนไม่น้อยทยอยกันเข้ามาแล้ว เมื่อทุกคนมาถึงต่างเหลือบมองไปทางเฟิ่งจิ่ว สายตานั้นมีความดูถูกและเหยียดหยาม ชัดเจนว่าแต่ละคนคิดว่าคนคนนี้ไม่มีฝีมืออะไร แค่อาศัยรองเจ้าสำนักเข้ามา
“ระดับสวรรค์มีแค่สองร้อยกว่าคนหรือ?” เฟิ่งจิ่วกวาดมองไป เห็นว่านักเรียนระดับสวรรค์โดยรอบอยู่ด้วยกันไม่ถึงสามร้อยคน
“แค่?”
เยี่ยจิงมองนาง บอกว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าการเข้ามาเป็นนักเรียนระดับสวรรค์ต้องผ่านการสอบประเมินเช่นไร? ที่นี่ทุกคนล้วนเป็นสิบอันดับแรกของนักเรียนระดับโลก”
เฟิ่งจิ่วเพียงกวาดมองระดับพลังวิญญาณของนักเรียนพวกนั้น ทั้งหมดเป็นระดับยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณ ส่วนมากจะอยู่ระดับยอดปรมาจารย์ช่วงที่หนึ่ง สูงสุดก็แค่นักเรียนระดับยอดปรมาจารย์ช่วงที่สาม ส่วนเยี่ยจิงเป็นนักเรียนระดับยอมปรมาจารย์ช่วงที่สามเช่นกัน
ว่ากันตามจริง สำหรับนักเรียนแล้วพละกำลังระดับยอดปรมาจารย์ช่วงที่สามก็โดดเด่นมากจริงๆ ถึงอย่างไรผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานปกติจะอายุหลายสิบปี แน่นอนว่าอย่างพวกฮุยหลางนั้นไม่เหมือนกัน
สถานที่ที่พวกฮุยหลางเกินแตกต่างจากพวกเขา และยังคัดเลือกคนที่โดดเด่นจากในหมู่พวกเขามาฝึกอบรมเพิ่ม เสริมด้วยยาอายุวัฒนะ การบรรลุเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังสำหรับพวกเขาจึงไม่ใช่เรื่องยาก
แต่อยู่ที่นี่แม้เป็นคนจากแคว้นระดับหนึ่ง อยากจะบรรลุกลายเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก