เอ่ยไปเช่นนี้ แต่ละคนต้องคิดว่ารองเจ้าสำนักแอบจัดการแน่ๆ
นักเรียนพวกนั้นแต่ละคนต่างตกตะลึง ไม่นึกว่าหนุ่มน้อยคนนี้จะกล่าวคำพูดกวนอารมณ์เช่นนี้ออกมา อยากสู้กับเขาต้องนำของล้ำค่ามา? หากนำของล้ำค่ามาไม่ได้เขายังจะไปฟ้องรองเจ้าสำนักอีก?
นะ นี่… จะน่าไม่อายเกินไปแล้ว!
“ว่าอย่างไร? ใจไม่กล้าข้าก็ต้องไปแล้ว” เธอพูดจบก็มองเหล่าผู้เล่าเรียนหญิงที่รั้งเยี่ยจิงไว้ แล้วเผยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ออกมา “พี่สาวคนสวยทั้งหลาย พวกท่านอย่ารั้งสาวงามเยี่ยจิงของข้าไว้เลย!”
ผู้เล่าเรียนหญิงพวกนั้นตกใจ เห็นเด็กหนุ่มมองมาทางพวกนาง นัยน์ตามากเสน่ห์คู่นั้นเผยรอยยิ้ม ราวกับวังวนแสนมัวเมาทำให้พวกนางตาค้างไปทันที
เยี่ยจิงเม้มปากยิ้ม เดินเข้ามาจับมือเฟิ่งจิ่วอย่างเป็นธรรมชาติพลางเอ่ยว่า “ไปเถอะ! ข้าจะพาเจ้าไปดูรอบๆ เสียหน่อย ครั้งหน้าเจ้าจะได้รู้จักสถานที่แห่งนี้”
คนอื่นๆ มองทั้งสองจากไป แต่ละคนมองไปยังนักเรียนระดับสวรรค์คนหัวหน้านั้น เห็นเขาไม่พูดไม่จา พวกเขาจึงเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ “รุ่นพี่หลี่ ทำอะไรเขาไม่ได้แล้วหรือ?”
ชายแซ่หลี่คนนั้นจ้องมองเยี่ยจิงจับมือเด็กหนุ่ม กัดฟันกรอด “หึ! นำของล้ำค่ามาเพื่อสู้กับเขา? จะเสียเปรียบเขาเกินไปแล้ว ข้าจะไปหาพวกรุ่นพี่โอวหยาง กล้ามายุ่งกับรุ่นน้องเยี่ยจิงที่รุ่นพี่โอวหยางชอบ เจ้าหนูนี้อยากตายเสียแล้ว!”
ทุกคนได้ยินดวงตาก็เป็นประกาย เขาอยากให้สิบผู้มีพรสวรรค์ของสำนักศึกษาลงมือ? เช่น