จิงพูดจบ แม้ท่าทางจะอ่อนโยนตามปกติแต่ท่าทีบนใบหน้ากลับเฉยชา มองคนตรงหน้าพลางบอกเสียงเบา “หากเจ้าไม่มีธุระอื่น พวกเราต้องไปก่อน ข้ายังต้องพาเขาไปทำความคุ้นเคยกับสำนักพลังวิญญาณ”
“ข้าไม่ได้มีธุระอะไร จะไปด้วยกันกับพวกเจ้าแล้วกัน!”
นางเอ่ยพลางมองๆ เฟิ่งจิ่วข้างๆ แล้วเผยรอยยิ้มที่คิดว่าอ่อนหวาน “เจ้าชื่อเฟิ่งจิ่วสินะ? ข้าชื่อไป๋รั่วเฟย เรียกข้าว่ารั่วเฟยหรือเสี่ยวเฟยก็ได้”
เฟิ่งจิ่วมองนาง ในดวงตาฉายแววขี้เล่น บอกว่า “ข้าคิดว่าดอกไม้ขาวน้อยเหมาะสบกับเจ้ามากกว่า”
“หา?” ไป๋รั่วเฟยตกใจเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่านั่นหมายความเช่นไร
รอยยิ้มเฟิ่งจิ่วยิ่งลึกขึ้น “อืม ดอกไม้ขาวน้อย เป็นดอกไม้ขาวน้อยบอบบางน่าสงสาร”
ได้ยินคำพูดนี้และเห็นสายตาทรงเสน่ห์ของเด็กหนุ่มหยุดนิ่งบนร่างไป๋รั่วเฟย ใบหน้านางอดไม่ได้ที่จะแดงจัด ขณะที่ดวงตาหลุบลงเล็กน้อยสายตาก็หยุดลงบนขนนกเคลือบหลากสีชิ้นนั้นตรงเอวเขา
ภายในสำนักศึกษาต่างพูดต่อๆ กันว่าหนุ่มน้อยคนนี้มีคนหนุนหลังที่แข็งแกร่ง และไม่รู้ว่ากำลังเขาเป็นอย่างไร แต่เรื่องมีคนหนุนหลังกลับเป็นเรื่องจริง มิเช่นนั้นขนนกเคลือบหลากสีที่สิบผู้มีพรสวรรค์ยังแลกมาไม่ได้กลับถูกเขาแลกไป
หนำซ้ำรองเจ้าสำนักยังไปหาเขาถึงสำนักยาเซียนด้วยตนเอง และยืนกรานจะย้ายเขาไปเป็นนักเรียนระดับสวรรค์ที่สำนักพลังวิญญาณ ยังมีรายงานว่าทั้งสำนักศึกษามีเขาคนเดียวที่ควบสองสำนัก
เป็นทั้งนักเรียนสำนักยาเซียนและสำ