์ของเด็กหนุ่มมากับตาตนเอง จึงมั่นใจว่าหากเป็นเขา การแข่งขันครั้งใหญ่สามปีครั้งสำนักศึกษาหมอกดาราพวกเขาจำต้องแตกหน่อออกลายท่ามกลางสำนักศึกษาทั้งหลายได้!
เฟิ่งจิ่วเกาๆ หัวยิ้มหน้าเจื่อน ถึงจะเปิดเขตอาคมเชิญเขาเข้ามา “รองเจ้าสำนักกวน ไม่เจอกันตั้งนานเลยขอรับ”
“ข้ารอเจ้ามานานแล้ว นึกว่าเจ้าไม่มา! ไม่คิดว่าเจ้ากลับวิ่งมายังสำนักยาเซียนนี้” เขายิ้มเดินเข้าไป มองด้านในอาศรม จากนั้นค่อยมองไปทางเฟิ่งจิ่ว “เจ้ากลั่นยาเซียนเป็นด้วยหรือ?”
“เหอะๆ กำลังศึกษา กำลังศึกษาอยู่ขอรับ”
กวนเหล่านั่งลงตรงโต๊ะหิน มองเฟิ่งจิ่วพลางบอกว่า “เป็นเช่นนี้ ข้าได้ยินว่าเจ้าไปสำนักพลังเร้นลับ รู้ว่าเจ้าต้องไปหาพี่ชายแน่ๆ”
เฟิ่งจิ่วได้ยินคำพูดนี้ก็แปลกใจ “หรือว่าพี่ชายข้าถือป้ายประจำสำนักศึกษาหมอกดาราเข้าสำนักศึกษามาแล้ว?” เป็นไปไม่ค่อยได้เท่าไหร่กระมัง? เธอรู้นิสัยเขาดี ต่อให้ใช้เส้นสายได้แต่ด้วยนิสัยเขาคงหวังใช้พละกำลังตนเองเป็นแน่
“เหอะๆ ไม่ใช่อย่างนั้น เรื่องเป็นเช่นนี้…”
กวนเหล่ายิ้มๆ แล้วเล่าเรื่องที่รับกวนสีหลิ่นเข้าสำนักศึกษาให้เฟิ่งจิ่วฟังคร่าวๆ สุดท้ายยังบอกว่า “ข้าเห็นว่าในเมื่อเขาเป็นพี่บุญธรรมเจ้า ก็อยากดูแลเขาเสียหน่อย ให้เขารีบไปหอคอยพลังเร้นลับ ดังนั้นตอนนี้เขาจึงไม่อยู่ที่สำนัก”
ได้ยินคำพูดเช่นนี้เธอถึงจะรู้แจ้งทันที “โอ้ ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง ข้ายังคิดว่าตนเองไปก่อเรื่องเคลื่อนไหวเสียใหญ่โตเพียงนั้น