ักยาเซียนมีนักเรียนคนเดียว หากย้ายเขาไปสำนักพลังวิญญาณ ชะ เช่นนั้นสำนักยาเซียนจะไม่…”
สองนักเล่นแร่แปรธาตุร้อนรน นักเรียนที่รับเข้ามาอย่างยากเย็น รองเจ้าสำนักบอกว่าจะย้ายไปสำนักพลังวิญญาณ? ได้อย่างไรกันเล่า?
หมีดำตัวใหญ่กับเหล่าไป๋ข้างนอกมองไปด้านในอาศรม จากนั้นค่อยเดินออกไป
รองเจ้าสำนักกับสองนักเล่นแร่แปรธาตุภายในอาศรมโต้เถียงกันมาตลอด เห็นเช่นนี้เมื่อเฟิ่งจิ่วเตรียมจะหนีออกไปเงียบๆ ฝีเท้าเพิ่งก้าวออกอาศรม ด้านหลังก็มีเสียงรองเจ้าสำนักตะโกนลั่น
“ได้! อย่าทะเลาะกันเลย อย่างไรซะก็เป็นนักเรียนสำนักศึกษา เช่นนี้แล้วกัน!”
รองเจ้าสำนักกล่าวจบ มองไปยังเฟิ่งจิ่วกลับสังเกตเห็นเขาเดินไปถึงประตูอาศรมแล้วจึงส่ายหน้าทันที บอกว่า “เฟิ่งจิ่ว เจ้าอยู่สำนักยาเซียนต่อไปได้ แต่ถึงเวลาการแข่งขันสำนักศึกษาเจ้าต้องเข้าร่วม”
“ท่านรองเจ้าสำนัก นี่ไม่ดีเท่าไหน่กระมัง? ข้า…” คำพูดยังเอ่ยไม่ทันจบก็โดนตัดบท
“ไม่มีอะไรไม่ดีหรอก ตกลงตามนี้ พรุ่งนี้เจ้าไปรายงานตัวที่สำนักพลังวิญญาณก่อน อืม เรื่องนี้ก็ตัดสินเช่นนี้แหละ” เขาพูดจบก็ไม่ว่าอะไรมากอีก และเดินออกไปขี่กระบี่บินจากไปทันที
สองนักเล่นแร่แปรธาตุเห็นท่าทาง แล้วมองไปยังพลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย “วรยุทธ์พลังวิญญาณเจ้าถึงระดับใด?” คนในสำนักศึกษามีมากมายเพียงนั้น รองเจ้าสำนักดันจับจ้องเขา หรือว่าพรสวรรค์เขาด้านวรยุทธ์พลังวิญญาณจะน่าเหลือเชื่อมาก?
“เรื่องนี้… แค่