น้อย เจ้าต้องระวังหน่อย พวกเขาจะได้ไม่มาหาเรื่องเจ้า” นางกล่าวเตือนเสียงเบา
“แหะๆ ข้ารู้แล้ว” เฟิ่งจิ่วยิ้มรับ ไม่ได้บอกนางว่าเมื่อครู่โดนคนขัดขวางเสียจนเกือบจะกลับมาไม่ได้
นางมองหนุ่มน้อยผู้ไม่ยี่หระคนนี้ พร้อมเผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมาน้อยๆ “ขอบใจเจ้านะ” เห็นเด็กหนุ่มโบกๆ มืออย่างไม่แยแส จึงเอ่ยถามเสียงค่อย “เจ้าเป็นนักเรียนสำนักยาเซียนที่เข้ามาใหม่ปีนี้หรือ?”
“อืม” เฟิ่งจิ่วขานรับ ล้วงผลไม้ออกมาจากในแขนเสื้อ แล้วโยนให้นางลูกหนึ่ง
เยี่ยจิงรับไว้ จากนั้นค่อยถามว่า “ข้ายังไม่รู้เลยว่าเจ้าชื่ออะไร! บอกข้าได้หรือไม่?”
“เฟิ่งจิ่ว”
“ข้าเยี่ยจิง” นางยิ้มเล็กน้อย บอกอีกว่า “เจ้าก็รู้แล้ว”
“อืม รู้แล้วๆ หนึ่งในสิบผู้มีพรสวรรค์ของสำนักศึกษา ซ้ำยังเป็นสาวงามอันดับหนึ่ง” เฟิ่งจิ่วยิ้มเอ่ย มองเยี่ยจิงพลางพยักหน้า “สมกับฉายานามสาวงามอันดับหนึ่งจริงๆ”
เยี่ยจิงได้ยินเช่นนี้ก็เอ่ยยิ้มๆ อย่างกลั้นไม่อยู่ “สาวงามอันดับหนึ่งอะไร? เป็นเรื่องที่นักเรียนในสำนักศึกษาพูดเล่นๆ กันทั้งนั้น”
เฟิ่งจิ่วเห็นเช่นนี้ก็ขบคิดในใจ จ้องมองนางเนิ่นนาน ก่อนจะหรี่ตายิ้มถามว่า “ข้าขอถามเจ้าเรื่องหนึ่งสิ!”
เห็นหนุ่มน้อยจ้องมองตนเองเช่นนั้น เยี่ยจิงเขินอายนิดหน่อย แล้วถามว่า “เรื่องอะไรหรือ?”
เด็กหนุ่มคนนี้หน้าตางดงามจริงๆ แต่ให้ความรู้สึกแปลกมากๆ เห็นชัดๆ ว่าเขากำลังมองนาง นัยน์ตากลับไม่มีความละโมบหรือลุ่มหลงเหมือนคนอื่น มีเ