วลาต่อมาสองขาก็อ่อนเปลี้ยทรุดลงกับพื้น
เฟิ่งจิ่วเห็นนักเรียนสำนักพลังวิญญาณรอบข้างทรุดลงไปทีละคนๆ กล่าวอย่างจนใจยิ่ง “บอกพวกเจ้าว่าอย่าขวางทางดันไม่ฟังเสียนี่ แล้วจะให้ข้าทำอย่างไรกับพวกเจ้าดี?”
เหล่านักเรียนแต่ละคนต่างถลึงตามองเด็กหนุ่มชุดฟ้าที่มีสีหน้าจนปัญญาอย่างโกรธเกรี้ยว คิดว่าเขาช่างต่ำช้าไร้ยางอาย! หากจะลงมือแค่นิ้วเดียวพวกเขาก็บดขยี้เขาได้!
เฟิ่งจิ่วมองพวกเขา ราวกับเดาว่าพวกเขาคิดอะไรในใจ ก่อนจะเผยรอยยิ้มมีเลศนัยออกมา “พวกเจ้าควรดีใจว่าที่ข้าใช้เป็นยา”
เธอสะบัดแขนเสื้อและก้าวเดินไปข้างหน้า ทว่าร่างสีขาวกลับกรีดกรายร่อนลงตรงหน้าเธอ
“รุ่นน้องคนนี้ ข้านามว่าโจวเซวียน เป็นนักเรียนสำนักพลังวิญญาณ ข้าอยากถามว่าขนนกเคลือบหลากสีชิ้นนี้ตรงเอวเจ้าขายต่อได้หรือไม่? ข้าซื้อในราคาสูงได้นะ”
โจวเซวียนผู้สวมเครื่องแบบนักเรียนสีขาวของสำนักพลังวิญญาณมองหนุ่มน้อยชุดฟ้าตรงหน้าด้วยแววตางดงามที่มีความอ่อนโยน น้ำเสียงทั้งแผ่วเบาและเสนาะหู นุ่มนวลประทับใจเหล่าบุรุษ ทำให้คนหัวใจอ่อนปวกเปียก จนแทบอยากจะมอบขนนกเคลือบหลากสีชิ้นนั้นที่ตนเองครอบครองให้ด้วยสองมือแลกกับความรักจากสาวงาม
เฟิ่งจิ่วพินิจมองสาวน้อยชุดขาวที่ขวางทางอยู่เบื้องหน้า เห็นนางอายุแค่สิบหกสิบเจ็ดเหมือนกัน รูปโฉมมีความงามชดช้อย กลิ่นอายบนร่างยิ่งอ่อนโยน น่าเสียดายที่ความหยิ่งผยองตรงกลางหว่างคิ้วนั้นทำลายสิ้นซึ่งความงาม ทำให้นางดูลดทอนล