นเดินออกไปไม่ได้ ถึงค่อยโยนเม็ดยาออกไปและเริ่มเก็บสะสมมณีเพลิง
ผ่านไปครึ่งเดือน นอกจากอสูรเพลิงเขาเดียว มณีเพลิงของพวกสัตว์วิญญาณธาตุไฟโดยรอบยังถูกเธอเก็บไปไม่น้อย สัตว์วิญญาณพวกนั้นที่เดิมทีสง่างามสูงส่งและน่าเกรงขามในทุกด้าน หลังจากกลั่นมณีเพลิงไปหลายสิบเม็ดต่างก็ซูบผอมลงไปรอบใหญ่ แต่ละตนแค่เห็นเฟิ่งจิ่วก็วิ่งเลี้ยวหนีแล้ว
ช่วงเย็นวันนี้ พลังงานธาตุไฟบนร่างสัตว์วิญญาณระดับอสูรศักดิ์สิทธิ์ตนหนึ่งถูกเค้นจนแทบแห้ง จึงนอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น
“เอาละ ข้าจะเมตตาเจ้าเสียหน่อย พักผ่อนดีๆ กินให้อ้วนๆ ประเดี๋ยวข้าจะกลับมาอีก” เฟิ่งจิ่วตบๆ หัวอสูรศักดิ์สิทธิ์ตนนั้นด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ยัดยารวมพลังให้มันไปเม็ดหนึ่ง ยามจะเตรียมตัวจากไปอย่างพอใจยิ่ง ก็ได้ยินเสียงคำรามสะเทือนหูลอยมาพร้อมกับเสียงตะโกนแจ่มชัดของหญิงสาว
เธอผงะไปเล็กน้อยและไล่ตามเสียงไป เมื่อเห็นเยี่ยจิงที่เคยมีวาสนาได้พบหน้ากันกำลังถูกหมีดำระดับอสูรศักดิ์สิทธิ์ตนหนึ่งไล่ต้อนอย่างน่าอับอาย ก็อดไม่ได้แปลกใจเล็กน้อย นางหายใจผิดจังหวะเล็กน้อย พลังวิญญาณถูกใช้ไปเสียจนเหลือไม่มาก ซ้ำยังได้รับผลจากกระแสลมที่กรงเล็บหมีดำตัวนั้นตวัดออกมาโดยไม่ทันหลบหลีก จนโซซัดโซเซล้มลงพื้นในสถานการณ์วิกฤต เฟิ่งจิ่วตะโกนเสียงดังพลางพุ่งออกไปทันที
“หยุดนะเสี่ยวเฮย!”
เสียงตะโกนรุนแรงดังขึ้น เมื่อหมีดำตัวนั้นได้ยินก็หดตัวลง อุ้งมือที่กำลังเตรียมจะตบลงไ